เหตุการณ์ 6 ตุลา
From Politicbase/
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มที่รัฐให้การสนับสนุน ได้เข้าไปล้อมจับกุมและสังหารนักศึกษาและประชาชนภายใน บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งกำลังชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่ให้จอมพลถนอม กิตติขจรออกนอกประเทศ ในเหตุการณ์นี้ ตำรวจตระเวนชายแดนนำโดยค่ายนเรศวรจากหัวหิน, กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน ตำรวจ และกลุ่มคนที่ตั้งโดยงบ กอ.รมน. คือ กลุ่มนวพล และ กลุ่มกระทิงแดง ได้ใช้กำลังอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้ที่บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายเป็นจำนวนมาก
Contents |
สาเหตุของความขัดแย้ง
ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในปี พ.ศ. 2519 มีความพยายามกลับประเทศไทย ของ จอมพลประภาส จารุเสถียร ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2519 และการกลับประเทศไทยของ จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2519 หลังจากที่ทั้งสองได้เดินทางออกนอกประเทศหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา
หลังจากการกลับมาของจอมพลประภาส ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้ชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้จอมพลประภาส เดินทางกลับออกนอกประเทศ จนกระทั่งในที่สุด จอมพลประภาสจึงยินยอมเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2519
ต่อมา จอมพลถนอมได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศอีกในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2519 โดยก่อนหน้านั้นได้แวะที่สิงคโปร์ เพื่อบวชเป็นสามเณรที่วัดไทยในสิงคโปร์ และได้รับอนุญาตให้เข้าอุปสมบทที่วัดบวรนิเวศวิหาร ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยจึงได้ชุมนุมเพื่อขับไล่อีก
ในขณะนั้นได้เกิดความแตกแยก ทั้งในพรรคการเมืองและกลุ่มประชาชน ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สนับสนุนบทบาทของนิสิตนักศึกษา และ กลุ่มที่ต่อต้านนิสิตนักศึกษา ทำให้สถาการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น จนกระทั่ง ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศลาออกจากตำแหน่ง แต่พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ก็ตัดสินใจเลือก ม.ร.ว. เสนีย์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง
ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2519 นายวิชัย เกษศรีพงษา และนายชุมพร ทุมไมย พนักงานการไฟฟ้านครปฐม และสมาชิกแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ถูกซ้อมตายระหว่างออกติดโปสเตอร์ประท้วงต่อต้านพระถนอม และถูกนำศพไปแขวนคอที่ประตูทางเข้าที่จัดสรร บริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม แต่ ตำรวจสรุปสำนวนคดีว่าเกิดจากการผิดใจกับคนในที่ทำงาน
ความเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ขับไล่พระถนอม ทวีความรุนแรงมากขึ้น มหาวิทยาลัยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีการชุมนุมเพื่ออภิปรายโจมตีรัฐบาล ต่อต้านการกลับมาของจอมพลถนอม และให้จัดการจับฆาตกรสังหารโหดฆ่าแขวนคอที่นครปฐม สภาแรงงานแห่งประเทศไทยได้ยื่นคำขาดต่อรัฐบาล ให้จอมพลถนอมออกนอกประเทศภายใน 5 วัน มิฉะนั้นจะหยุดงานทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นไป ทั้งนักศึกษา สภาแรงงาน และผู้ต่อต้าน ได้รวมตัวกันประท้วงที่สนามหลวง จากนั้นจึงย้ายเข้าไปชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทางด้านกลุ่มที่ต่อต้านการกระทำของนิสิตนักศึกษา อันประกอบด้วย กลุ่มนวพล (พลโท สำราญ แพทยกุล เป็นแกนนำ รหัส นวพล001 เป็นหนึ่งในองคมนตรี) กลุ่มพิทักษ์ชาติไทย กลุ่มกระทิงแดง และอื่น ๆ ได้ร่วมกันแถลงการณ์กล่าวหาศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย สภาแรงงาน และนักการเมืองบางคนว่า ได้ถือเอากรณีพระถนอม เป็นเงื่อนไขสร้างความไม่สงบในประเทศ ต่อมากลุ่มเหล่านี้จึงเดินทางเข้ามาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า สนามเสือป่า ราชตฤณมัยสมาคม และสนามหลวง เพื่อต่อต้านการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา กลุ่มเหล่านี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลจับกุม และปลดรัฐมนตรีบางคนที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนนิสิตนักศึกษา แต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้สั่งการประการใด
ในวันที่ 4 ตุลาคม มีการชุมนุมที่ลานโพธิ์ มีการอภิปราย และการแสดงละครเกี่ยวกับกรณีฆ่าแขวนคอพนักงานการไฟฟ้านครปฐม จัดโดยชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นสถานีวิทยุยานเกราะนำโดย อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา , สมัคร สุนทรเวช, ทมยันตี, ฯลฯ ออกข่าวว่านักศึกษาที่แสดงละคร มีใบหน้าคล้ายเจ้าฟ้าชายถูกแขวนคอ ต่อมาหนังสือพิมพ์ดาวสยาม และบางกอกโพสต์ ฉบับเช้าวันที่ 5 ตุลาคม เผยแพร่ภาพการแสดงล้อการแขวนคอของนักศึกษาที่ลานโพธิ์ โดยพาดหัวข่าวเป็นเชิงว่า การแสดงดังกล่าวเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
คืนวันที่ 5 ตุลาคม สถานีวิทยุยานเกราะและชมรมวิทยุเสรี ออกอากาศกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เรียกร้องให้ประชาชน และลูกเสือชาวบ้าน ไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำการหมิ่นองค์สยามมกุฎราชกุมารมาลงโทษ ตลอดทั้งคืน[1]
กลุ่มพลังฝ่ายขวา
กลุ่มสำคัญต่าง ๆ ที่มีส่วนในการปราบปรามและสังหารนักศึกษาและประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลา
กระทิงแดง
เป็นหน่วยที่ฝ่ายทหาร กอ.รมนง จัดตั้งขึ้นเพื่อล้มล้างพลังนักศึกษา สมาชิกกลุ่มเป็นนักเรียนอาชีวะที่เรียนจบแล้วและยังเรียนไม่จบ ดอ.รมน. เป็นผู้ฝึกอาวุธให้นำอาวุธมาให้ใช้ และนำเงินราชการกลับมาจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง ตั้งแต่กลางปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา หน่วยกระทิงแดงพกอาวุธปืนและลูกระเบิดประเภทต่าง ๆ อย่างเปิดเผย โดยตำรวจหรือทหารไม่คิดจับกุมหรือห้ามปราบ นอกจากนี้กระดิงยังมีวิทยุวอล์กกี-ทอล์กกีของตำรวจใช้ติดต่อสื่อสารกัน รวมทั้งใช้ตำรวจวิ่งไปรอบเมืองด้วย
เมื่อขบวนการนักศึกษาประท้วงสันติ กระทิงแดงมักเข้าแทรกแซงและใช้อาวุธข่มขู่เพื่อต่อต้านนักศึกษาเสมอ นับตั้งแต่การประท้วงบทบัญญัติบางมาตราของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๑๗ การประท้วงฐานทัพอเมริกาในช่วงปี ๒๕๑๗–๒๕๑๘ การประท้วงกรณีจอมพลประภาสและจอมพลถนอมเดินทางเข้าประเทศไทย การแทรกแซงแต่ละครั้งมักมีผู้บาดเจ็บล้มตายเสมอ
ผู้มีบทบาทสำคัญจนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นเจ้าพ่อกระทิง คือ พลต. สุตสาย หัสดิน ส่วนระดับกำลังที่บทบาทสำคัญได้แก่ สุชาติ ประไพหอม เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ และสมศักดิ์ ขวัญมงคล เป็นต้น[2]
กลุ่มนวพล
กลุ่มนวพลก่อตั้งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2517 โดยกลุ่มทหารในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เช่น พล.อ. วัลลภ โรจนวิสุทธิ์ อดีตเจ้ากรมข่าวทหาร และ พล.อ. สายหยุด เกิดผล เสนาธิการ กอ.รมน. เป็นต้น พล.อ.วัลลภ ได้อธิบายเหตุผลในการก่อตั้งกลุ่มว่า ชาติจะอยู่รอดได้ด้วยสถาบันวัดกับวัง จึงต้องระดมประชาชนเพื่อป้องกันสองสถาบันหลักนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความหมายหนึ่งของชื่อกลุ่มนวพล คือที่หมายความว่า “พลังเก้า” (หมายถึงพลังของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 – รัชกาลในสมัยที่ก่อตั้ง) ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือ “กำลังใหม่” (ตามรูปแบบการก่อตั้ง)[3]
ผู้นำสำคัญของกลุ่มนวพล[3]:
- พลโท สำราญ แพทยกุล ซึ่งเป็นองคมนตรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 และเป็นผู้ที่ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาทอย่างยิ่ง พลโทสำราญเป็นนวพลอันดับแรก หรือ นวพล 001
- พล.อ. วัลลภ โรจนวิสุทธิ์ อดีตเจ้ากรมข่าวทหาร
- พล.อ. สายหยุด เกิดผล เสนาธิการ กอ.รมน.
- นายวัฒนา เขียววิมล ปัญญาชนจากสหรัฐอเมริกา เป็นวิทยากรประจำกลุ่มและเป็นผู้ประสานงานกลุ่ม
- พระกิตติวุฒโฑ พระภิกษุผู้ประกาศต่อสาธารณชนในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2519 ว่า “การฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”
กลุ่มนวพลมีส่วนเป็นอย่างมากในการเข้าร่วมกรณีสังหารในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519[4]
ลูกเสือชาวบ้าน
ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๑๔ โดยได้แบบอย่างมาจากเวียดนามใต้ จุดมุ่งหมายเริ่มแรกของการจัดตั้งลูกเสือชาวบ้าน คือ การส่งข่าวและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์เพื่อส่งให้ทางราชการ ทั่วประเทศมีลูกลูกเสือชาวบ้านจำนวนหลายล้านคน มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และ คนชรา ส่วนมากลูกเสือชาวบ้านจะถูกปลุกใจให้ยึดมั่นอยู่กับ “ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” และกระหายที่จะกวาดล้างคอมมิวนิสต์หรือพวกที่คิดว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ด้วยเหตุนี้ก่อหน้า ๖ ตุลา ๑๙ เมื่อถูกปลุกระดมว่านักศึกษาเป็นคอมมิวนิสต์และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ลูกเสือชาวบ้านจึงเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีส่วนร่วมปราบปรามนักศึกษาใน วันที่ ๖ ตุลา ๑๙ ลูกเสือชาวบ้านดำเนินงานโดยผ่านหน่วยงานระดับท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย ประชาชนที่เข้าเป็นลูกเสือชาวบ้านจะได้รับพันคอสีแดง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของลูกเสือชาวบ้าน
ลูกเสือชาวบ้านเป็นกองกำลังหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลา ผู้ที่มีบทบาทในการก่อตั้งกลุ่มลูกเสือชาวบ้านคือ พล.ต.ต. สมควร หริกุล ผู้กำกับตำรวจชายแดนเขต 4 ร่วมมือกับข้าราชการท้องถิ่นอีกหลายคน โดยได้จัดการอบรมลูกเสือชาวบ้านรุ่นแรก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และต่อมา พล.ต.ต. เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ก็ได้เข้าร่วมผลักดัน[4]
กิจการลูกเสือชาวบ้านขยายตัวอย่างมากหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 มีนายทหารและนักการเมืองสำคัญเข้าร่วมหลายคน เช่น พล.ต. ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งเป็นผู้ตรวจการลูกเสือชาวบ้าน นายธรรมนูญ เทียนเงิน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการลูกเสือชาวบ้านพระนคร[4]
ชมรมวิทยุเสรี
เป็นกลุ่มสถานีวิทยุของทหารและได้ร่วมประสานงานตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ โดยมีสถานีวิทยุเกราะเป็นแกนกลางปี พ.ท. อุทาร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ( ยศขณะนั้น ) อาคม มกรานนท์ และ ดร. อุทิศ นาคสวัสดิ์ เป็นโฆษกคนสำคัญ ชมรมวิทยุเสรีบทบาทอย่างมากในการเผยแพร่ทัศนะโจมตีขบวนการนักศึกษา และเป็นแกนกลางในการประสานงานอย่างเปิดเผยในกรณี ๖ ตุลาด้วย
ชมรมวิทยุเสรี เป็นกลุ่มสถานีวิทยุของทหารที่ทำงานประสานกันตั้งแต่ พ.ศ. 2519 โดยมีสถานีวิทยุยานเกราะเป็นแกนกลาง มีบทบาทสำคัญในการชี้นำฝ่ายกระทิงแดง และกลุ่มฝ่ายขวาอื่นๆ ในการเคลื่อนไหวต่อต้านนักศึกษาในวันที่ 5-6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลา[4]
ชมรมแม่บ้าน
ชมรมแม่บ้านเป็นการรวมกลุ่มของภรรยาข้าราชการ ภรรยานายพล และแม่บ้าน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 เพื่อโจมตีขบวนนักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้านฐานทัพอเมริกาโดยตรง โดยมีทมยันตี หรือนางวิมล ศิริไพบูลย์ (เจียมเจริญ) เป็นแกนสำคัญ โดยโจมตีขบวนการนักศึกษาว่าเป็นผู้บ่อนทำลายมิตรประเทศ[5]
สำหรับความเป็นมาของ กอ. รมน. นั้นเดิมมีชื่อว่า บก.ปค. ย่อมาจาก กองบัญชาการปราบคอมมิวนิสต์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น กอ.ปค. กองอำนวยการปราบคอมมิวนิสต์ต่อมาเมื่อรัฐบาลมีนโยบายติดต่อสัมพันธ์กับประเทศคอมมิวนิสต์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประเทศผู้ก่อตั้งคือ จอมพล ประภาส จารุเสถียร
ความสำเร็จของ กอ. รมน. วัดได้จากเมื่อแรกตั้งมีเงินงบประมาณเพียง ๑๓ ล้านบาทและพื้นที่ที่ประกาศเป็นแหล่งคอมมิวนิสต์เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของ บก.ปค. มีอยู่สามจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมาในปี ๒๕๑๙ งบประมาณของหน่วยงานนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า ๘๐๐ ล้านบาท และพื้นที่ที่ประกาศเป็นแหล่งคอมมิวนิสต์มีอยู่เกือบทั่วราชอาณาจักรราว ๓๐ กว่าจังหวัดลานโพ โดยกล่าวหาว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
การสังหารในวันที่ 6 ตุลาคม
| Error creating thumbnail: convert: unable to open image `/var/www/virtual/palawat.com/htdocs/politicbase/images/9/92/Oct06-08.jpg': No such file or directory. |
เวลาเช้ามืดราว 2 นาฬิกา กลุ่มกระทิงแดงทุกจุด รอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมปฏิบัติการโดยประสานงานกับตำรวจนอกเครื่องแบบ และมีกลุ่มกระทิงแดงเข้าแทรกตัวปะปนกับหมู่นิสิตนักศึกษา กลุ่มนวพลได้เรียกร้องให้รัฐบาลจับกุมนิสิตนักศึกษา
เวลาราว 5 นาฬิกา เริ่มมีการยิงตอบโต้จากภายนอกเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยถูกล้อมไว้ เวลา 7 นาฬิกา กลุ่มทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง และกลุ่มอันธพาล ได้ใช้รถบัสพุ่งชนประตูมหาวิทยาลัย ทั้งหมดเข้าสู่มหาวิทยาลัยและใช้อาวุธหนักระดมยิง ตำรวจหน่วยคอมมานโด หน่วยปฏิบัติการพิเศษและตำรวจท้องที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ เวลา 8 นาฬิกา ตำรวจตระเวนชายแดนพร้อมอาวุธครบมือเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมยิงกระสุนเข้าใส่นักศึกษา
เวลา 8.30 น. - 10.00 น. นักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิ่งหนีวิถีกระสุนจากตำรวจตระเวนชายแดนและกลุ่มผู้ก่อเหตุ นักศึกษาบางคนวิ่งหนีออกทางประตูหน้ามหาวิทยาลัย นักศึกษาบางส่วนหนีอออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา หลายคนถูกรุมตี รุมกระทืบ บางคนที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บถูกนำไปแขวนคอ และถูกผู้คนแสดงท่าทางเยาะเย้ยศพ กลุ่มคนบางกลุ่มลากเอาศพนักศึกษามาเผากลางถนนราชดำเนิน ตรงข้ามพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยใช้ยางรถยนต์ทับและราดด้วยน้ำมันเบนซิน บางส่วนใช้ของแข็งทำอนาจารศพนักศึกษาหญิง
เวลาราว 11 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ และให้นักศึกษานอนคว่ำหน้ากับพื้นสนามฟุตบอล จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อควบคุมตัวไว้ที่โรงเรียนตำรวจนครบาล บางเขน กลุ่มคนที่มุงดูใช้ก้อนหิน อิฐ ไม้ ขว้างปาผู้ที่อยู่บนรถ
เวลาบ่าย กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน นำโดย พล.ต.ท.เจริญฤทธิ์ จำรัสโรมรัน และกลุ่มแม่บ้าน นำโดย ทมยันตี ได้บุกเข้าทำเนียบรัฐบาล บางคนได้ถือเชือกเข้าไปโดยจะเข้าไปแขวนคอ 3 รัฐมนตรีของรัฐบาล ได้แก่ ชวน หลีกภัย ดำรง ลัทธิพิพัฒน์ สุรินทร์ มาศดิตถ์ เนื่องจากกล่าวหาว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ได้ลงไปพบและยืนยันว่าบุคคลทั้ง 3 ไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าว[6]
ครั้นถึงเย็นวันนั้น คณะทหารที่เรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ภายใต้การนำของพลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ได้ทำการยึดอำนาจการปกครอง มีผลให้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ต้องพ้นจากตำแหน่ง และนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
หลังจากเหตุการณ์นี้ มีการพิจารณาคดีในศาลยืดยาวถึง 3 ปี โดยแกนนำนักศึกษา 19 คนถูกคุมขังตีตรวนโดยตลอด แต่ฝ่ายผู้เข้าล้อมปราบไม่มีผู้ใดได้รับการลงโทษ มีผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มสิทธิมนุษยชนจากประเทศต่างๆ จนเมื่อ 3 ปีผ่านไป ได้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ ไม่ต้องถูกสอบสวนลงโทษแต่อย่างใด
บุคคลที่เสียชีวิตหรือสูญหายในเหตุการณ์
ฝ่ายนักศึกษาและประชาชน เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย ในจำนวนนี้ เป็นศพถูกเผา ระบุรายละเอียดแยกชายหญิงไม่ได้ จำนวน 4 ราย (หนึ่งในนั้น คือ จารุพงษ์ ทองสินธุ์ กรรมการ อมธ. และสนนท. ซึ่งเป็นระดับแกนนำผู้ชุมนุมเพียงคนเดียวที่เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตที่เหลือเป็นผู้เข้าร่วมชุมนุมเท่านั้น และแกนนำที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ถูกจับรวม 18 คน และนำตัวขึ้นศาลทหารข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนอยู่ 3 ปี จึงได้รับการปล่อยตัวเมื่อมีการรัฐประหารเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็น พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ส่วนแกนนำที่รอดจากการถูกจับกุมขึ้นศาลทหารได้ส่วนใหญ่ก็หลบหนีเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหรือ พคท.[7])
รายชื่อผู้เสียชีวิตเป็นศพชายไทยไม่ทราบชื่อ จำนวน 6 ราย และเป็นศพที่ระบุชื่อได้ จำนวน 30 ราย[8] คือ
- นายพงษ์พันธ์ เพรามธุรส ถูกระเบิด
- นายวิชิตชัย อมรกุล ถูกของแข็งมีคมและถูกรัดคอ
- นายอับดุลรอเฮง สาตา ถูกกระสุนปืน
- นายมนู วิทยาภรณ์ ถูกกระสุนปืน
- นายสุรสิทธิ์ สุภาภา ถูกกระสุนปืน
- นายสัมพันธ์ เจริญสุข ถูกกระสุนปืน
- นายสุวิทย์ ทองประหลาด ถูกกระสุนปืน
- นายบุนนาค สมัครสมาน ถูกกระสุนปืน
- นายอภิสิทธิ์ ไทยนิยม ถูกกระสุนปืน
- นายอนุวัตร อ่างแก้ว ถูกระเบิด
- นายวีระพล โอภาสพิไล ถูกกระสุนปืน
- นายสุพจน์ พันธุ์กาฬสินธุ์ ถูกกระสุนปืน
- นางสาวภรณี จุลละครินทร์ ถูกกระสุนปืน
- นายยุทธนา บูรศิริรักษ์ ถูกกระสุนปืน
- นายภูมิศักดิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย ถูกกระสุนปืน
- นางสาววัชรี เพชรสุ่น ถูกกระสุนปืน
- นายดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง ถูกกระสุนปืน
- นายไพบูลย์ เลาหจีรพันธ์ ถูกกระสุนปืน
- นายชัยพร อมรโรจนาวงศ์ ถูกกระสุนปืน
- นายอัจฉริยะ ศรีสวาท ถูกกระสุนปืน
- นายสงวนพันธุ์ ซุ่นเซ้ง จมน้ำ
- นางสาววิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ ถูกกระสุนปืน
- นายสมชาย ปิยะสกุลศักดิ์ ถูกกระสุนปืน
- นายวิสุทธิ์ พงษ์พานิช ถูกกระสุนปืน
- นายสุพล บุญทะพาน ถูกกระสุนปืน
- นายศิริพงษ์ มัณตะเสถียร ถูกกระสุนปืน
- นายวสันต์ บุญรักษ์ ถูกกระสุนปืน
- นายเนาวรัตน์ ศิริรังษี ถูกกระสุนปืน
- นายปรีชา แซ่เซีย ถูกของแข็ง อาวุธหลายชนิด และถูกรัดคอ
- นางสาวอรุณี ขำบุญเกิด ถูกกระสุนปืน
เหตุการณ์ภายหลัง
- หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในประเทศไทย ถูกคำสั่งคณะปฏิรูป ฯ ห้ามเผยแพร่เป็นระยะเวลา 3 วัน (6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2516)
- ดร.สรรพสิริ วิริยศิริ ผู้อำนวยการช่อง 9 อสมท.ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากแพร่ภาพเหตุการณ์ออกสู่สาธารณะ
- พ.ศ. 2542 จอมพลถนอม กิตติขจร ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายทหารพิเศษรักษาพระองค์
- สมาชิกกลุ่มกระทิงแดง นวพล และตำรวจ ที่เข้าปราบปรามทั้งหมดได้รับพระราชทานอภัยโทษ
- ตำรวจ สมาชิกกลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และกลุ่มนวพล ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติการ ได้รับกระเช้าเยี่ยมพระราชทาน
- สมัคร สุนทรเวช ผู้จัดรายการปลุกระดมสถานีวิทยุยานเกราะ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายกรัฐมนตรีธานินทร์ กรัยวิเชียร
- ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องลี้ภัยการเมืองจากเมืองไทยไป และไม่อาจรับตำแหน่งใด ๆ ได้อีกตราบจนสิ้นชีวิต
- แกนนำนักศึกษาที่รอดตายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น โดนจำคุกตลอดสามปี
- อนุสาวรีย์เหตุการณ์เดือนตุลาฯ ใช้เวลาเกือบ 30 ปี จึงต่อรองขอเช่าที่ดินบริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้สำเร็จ
ดูเพิ่ม
Template:วิกิซอร์ซ Template:วิกิซอร์ซ
- รัฐประหาร 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
- หมวดหมู่:บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา
- เหตุการณ์ 14 ตุลา
- คนเดือนตุลา
อ้างอิง
- ↑ http://www.2519.net/newweb/doc/histry/1.doc
- ↑ กลุ่มพลังของฝ่ายอำนาจเก่า ช่วง ๖ ตุลา ๑๗
- ↑ 3.0 3.1 บทที่ 2 เหตุการณ์ 6 ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร หน้าที่ 30, 2519.net
- ↑ 4.0 4.1 4.2 4.3 บทที่ 2 เหตุการณ์ 6 ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร หน้าที่ 31, 2519.net
- ↑ บทที่ 2 เหตุการณ์ 6 ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร หน้าที่ 32, 2519.net
- ↑ หนังสือชีวลิขิต โดย ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
- ↑ http://www.2519.net/newweb/doc/content3/102.doc
- ↑ http://www.2519.net/autopage/show_page.php?t=3&s_id=52&d_id=48
แหล่งข้อมูลอื่น
- 2519.net รวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา
- ใครเป็นใครใน 6 ตุลา จาก 2519.net
- เราสู้: เพลงพระราชนิพนธ์การเมืองกับการเมืองปี 2518-2519
- "เราสู้" หลัง 6 ตุลา
- "เราสู้" หลัง 6 ตุลา -- footnote