เชียรช่วง กัลยาณมิตร
From Politicbase/
ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร เป็นบุตรชายของนายช่วง กัลยาณมิตร จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ด้านวิศวกรรมวางระบบและบริหารงานผลิต มีประสบการณ์การทำงานในสหรัฐอเมริกาหลายปี ก่อนกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย
มีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการบริหารงานสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อีกทั้งยังเป็นกรรมการบริหาร บริษัท สเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ให้นำระบบบริหารที่ใช้ชื่อว่า EVA (ECONOMIC VALUE ADDED) มาใช้บริหารจัดการองค์กรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งระบบนี้ใช้เป็นมาตรฐานในองค์กรชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศ
สมัยอยู่สหรัฐฯ เขาภาคภูมิใจในงานออกแบบ CAD/CAM ให้กับบริษัท OMARK ที่โอเรกอนมาก เพราะถือว่าผลงานนี้เป็นจุดเปลี่ยนฐานะอาชีพให้คนอเมริกันยอมรับในความสามารถของคนไทย ซึ่งมีผลดันให้เขาขึ้นสู่ตำแหน่งสูงขึ้นเป็น PROJECT ENGINEER / TASK MANAGER ในบริษัท GTE SYLVANIA ที่ยิ่งใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย
ความเป็นมืออาชีพในฐานะนักวางระบบและออกแบบงานผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเติบโตอย่างขีดสุดในสหรัฐฯ ทำให้เขาหมุนเวียนเปลี่ยนแหล่งทำงานในหลายบริษัทแถบแคลิฟอร์เนียจาก GTE เขาไปทำที่บริษัท VARIAN ที่พาร์โล อัลโต ในฐานะ PROGRAM MANAGER ผู้วางระบบและประยุกต์งานผลิต AUTOMATED MANUFACTURING
ในปี 1987 เขาก็ตัดสินใจร่วมเป็นหุ้นส่วนกับนักธุรกิจอเมริกันในบริษัท CIMATION / THOR ที่ซาน ลีอัลโด ในตำแหน่ง PRESIDENT แต่ก็อยู่ได้เพียงปีเดียวก็ออกไปหุ้นส่วนกับ US PACIFIC RIM CORP. ที่แฟร์ม็องต์ ผลิตสินค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ แต่หุ้นส่วนแตกคอกัน ทำให้การเป็นหุ้นส่วนกับอเมริกันมีระยะเวลาสั้น ๆ มาก[1]
และเดือนกุมภาพันธ์ 2546 เป็นแกนนำกลุ่มปลดแอกกฎหมายขายชาติ เข้าพบ อุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภา และ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร เพื่อมอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 136,913 คน ที่ร่วมเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 เนื่องจากเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายที่มีการเสนอเข้าสภาฯ ก่อนหน้านี้มีความไม่เป็นธรรม เพราะเป็นการให้สิทธิเจ้าหนี้ฝ่ายเดียวในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ อีกทั้งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้
อีกทั้งวันที่ 18 ตุลาคม 2549 ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานคดีปั่นหุ้นทีพีไอ หมายเลขดำ อ.937 /2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน)
โดย ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และ ชัยณรงค์ แต้ไพสิฐพงษ์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ, ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อายุ 61 ปี ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.ทีพีไอ, บริษัท สเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และเชียรช่วง กัลยาณมิตร อายุ 54 ปี กรรมการบริหาร บมจ.เสติร์นฯ
เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นบริษัทเจ้าของหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักทรัพย์ เผยแพร่ข้อมูล และร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่หนังสือชี้ชวนจะมีผลบังคับใช้ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า หลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง (ปั่นหุ้น)
ในวันที่ 3 ธันวาคม 2550 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และดร. เชียรช่วง กัลยานมิตร คนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับ"บมจ.ทีพีไอ โพลีน"และ"บมจ.สเติล์น" รายละกว่า 6.9 พันล้าน ฐานปั่นหุ้น"ทีพีไอ โพลีน" และในบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง ศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองคน ในคดีร่วมกันปั่นหุ้นทีพีไอ โดยตีราคาประกันคนละ 300,000 บาท[2]
Contents |
ข้อมูลทั่วไป
การศึกษา
- ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล (เรียนอยู่ 2 ปี)
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ด้านอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยอดัมสัน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้เกียรตินิยมอันดับ 1
- ปริญญาเอกสาขาวิศวกรรมวางระบบและบริหารการผลิตมหาวิทยาลัยพอร์ตแลนด์ สเคต รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา
ประสบการณ์ทางการเมือง
ดร.เชียรช่วง ได้เข้าไปร่วมงานเคยร่วมงานกับนายอานันท์ ปันยารชุน สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร และเคยร่วมงานกับพรรคพลังธรรมในปี พ.ศ. 2535 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ โดยไม่มีบทบาทอะไรมาก และในการเลือกตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ. 2539 ดร.เชียรช่วงได้เข้าไปทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้กับทางพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งในครั้งนั้นแข่งขันกับทางพรรคความหวังใหม่ โดยเป็นผู้คิดประโยคที่ว่า "ไม่เลือกเรา เขามาแน่"
เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์
ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดร.เชียรช่วง เป็นผู้หนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยเป็นผู้ต่อต้านกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ร่วมกับ ดร.อัมรินทร์ คอมันตร์ และ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์
หลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 ดร.เชียรช่วงถูกกล่าวหาว่าถูกรับจ้างให้ทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับคณะมนตรีความมั่นคง (คมช.) ด้วยจำนวนเงินที่สูงถึง 12 ล้านบาท ด้วยความที่เป็นญาติผู้น้องของ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
ในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ได้รับการเลือกจากสมาชิกพรรคประชาราชให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคแทนที่นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ที่ลาออกไป
แต่ในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 20 ตุลาคม ที่มีข่าวว่าพรรคประชาราช พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จะรวมกันนั้น นายเสนาะได้กล่าวที่บ้านของนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ซอยราชครูว่า ดร.เชียรช่วง มีตำแหน่งอยู่ในหลายบริษัท หลายที่ ที่อาจใช้การเมืองเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองได้ จึงไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเลขาธิการพรรค และได้ขอลาออกไป[3] นายเสนาะ เทียนทองได้กล่าวว่า ดร.เชียรช่วงยังคงเป็นสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอยู่ ส่วนจะลงเลือกตั้งหรือไม่ต้องดูกันอีกครั้ง[4]
ข้อมูลตระกูลกัลยาณมิตร
อ้างอิงจากผังตระกูลกัลยาณมิตร[5]
อ้างอิง
- ↑ เชียรช่วง กัลยาณมิตร "วันนี้เขาเป็น VENTURE CAPITALIST แล้ว"
- ↑ ศาลอนุญาตให้ประกัน'ประชัย' หลังถูกสั่งจำคุกกรณีปั่นหุ้นทีพีไอโพลีน
- ↑ อ่านผัง "ตระกูลกัลยาณมิตร" จะรู้ "ดร.เชียรช่วง" ญาติ "พล.อ.สพรั่ง" เกี่ยวพันกันอย่างไร??
- ↑ "เชียรช่วง"ขอถอนตัวเลขาฯพรรคประชาราช"ละครตบตาการเมือง"
- ↑ จากบล็อกในโอเคเนชั่น
