หยุด แสงอุทัย

From Politicbase/

Jump to: navigation, search

ศ. ดร. หยุด แสงอุทัย (8 เมย. 2541 - 30 ธค. 2522) เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2451 สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนมัธยมโฆษิตสโมสร เนติบัณฑิตไทยจากโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม สำเร็จดอกเตอร์กฎหมายเยอรมันขั้นเกียรตินิยมชั้นสูง (Magna Cumlaude) จากมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ในอดีตท่านเคยรับราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการร่างกฎหมาย จนกระทั่งถึงปี 2511 จึงเกษียณอายุราชการ นอกจากนั้นยังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นอีก เช่น ตุลาการรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเป็นผู้บรรยายวิชากฎหมายลักษณะต่าง ๆ แทบทุกลักษณะวิชาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันการศึกษาชั้นสูงอื่น ๆ ด้วย และท่านได้แต่งตำราทางกฎหมาย เขียนบทความทางกฎหมายและบันทึกท้ายคำพิพากษาฎีกาไว้เป็นจำนวนมาก

ศาสตราจารย์ ดร. หยุด แสงอุทัย ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2522 สิริรวมอายุได้ 71 ปี 8 เดือน 22 วัน[1]

บทบาทสำคัญในทางประวัติศาสตร์

หยุด แสงอุทัย เป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียง ความสามารถ และบทบาทมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ หนังสือตำรากฎหมายของเขาหลายเล่มยังถือเป็นมาตรฐานสำหรับนักเรียนนิติศาสตร์ในปัจจุบัน (แม้แต่ตำราอธิบายกฎหมายที่เลิกใช้แล้ว คือ คำอธิบายประมวลกฎหมายอาญา ร.ศ.127 ของเขา ก็เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ใหม่ในรูปเล่มหรูหรา เมื่อเร็วๆนี้เอง) ในปี 2499 เขาเป็น "มือกฎหมาย" อันดับหนึ่งของรัฐบาล เพราะมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (ในระหว่างที่มีการวิวาทะ ที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้ มีผู้เรียกเขาอย่างล้อเลียน โดย "แปล" ชื่อเขาเป็นภาษาอังกฤษตรงๆว่า "ดร. Stop Sunlight" ซึ่งผมคิดว่าเป็น "ฉายา" ที่น่าทึ่งดี แม้ว่าความจริง ชื่อต้นของเขามาจาก "สายหยุด")

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2499 หยุด แสงอุทัย ได้อ่านบทความออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐบาล ชื่อ "อำนาจและความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย" ไม่กี่วันต่อมา ส.ส.สังกัดพรรครัฐบาลของจอมพล ป.ในขณะนั้นคนหนึ่ง (พรรคเสรีมนังคศิลา) ได้ยื่นเรื่องถึงตำรวจขอให้สอบสวนดำเนินคดีกับหยุด ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากข้อความบางตอนของบทความนั้น หลังจากนั้น บรรดาหนังสือพิมพ์ต่างพากันเขียนโจมตีเขาเป็นการใหญ่ ทั้งในบทนำ และคอลัมภ์ประจำ รวมถึง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ด้วย

หัวใจสำคัญของบทความ "อำนาจและความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย" ของหยุด แสงอุทัย อาจสรุปได้ ดังนี้ …

ในระบอบประชาธิปไตย ถือว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้น ผู้ที่ใช้อำนาจแทนประชาชน ไม่ว่าใครก็ตาม จึงต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนควบคู่กันไปด้วย คือ ต้องสามารถถูกควบคุมจากประชาชนได้ ถูกตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดได้ จนถึงถูกให้ออกจากตำแหน่งได้ (คำว่า "ความรับผิดชอบ" ในที่นี้ หยุด ไม่ได้เปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษ แต่เขาหมายถึง accountability แน่นอน ซึ่งอาจจะเรียกบทความของเขาให้ตรงยิ่งขึ้นได้ว่า "อำนาจและการถูกตรวจสอบ/เอาผิดได้" หรือ power and accountability)

หลังจากนั้น เขาได้ยกตัวอย่างการที่ผู้มีอำนาจในระบอบประชาธิปไตย ถูกทำให้ต้องรับผิดชอบได้ (accountable) ในกรณีต่างๆ ตั้งแต่ คณะรัฐมนตรี, ส.ส. นักการเมือง พรรคการเมือง จนถึงรัฐสภา

เมื่อถึงกรณีพระมหากษัตริย์ เขาเสนอว่า เนื่องจากเราไม่ต้องการให้มีการเอาผิด วิพากษ์วิจารณ์ (คือ accountability) กับพระมหากษัตริย์ ดังนั้น พระมหากษัตริย์จึงควรต้องอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถทำอะไรด้วยพระองค์เองได้ คือ ไม่มีอำนาจ นั่นเอง

(ตามข้อเสนอนี้ การที่พระมหากษัตริย์ต้องทรงมี "ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ" ก็เพราะ จะทรงทำอะไรด้วยพระองค์เองไม่ได้ ต้องทรงทำตามที่ "ผู้รับสนอง" เสนอ และให้การเห็นชอบด้วยเท่านั้น เพราะพระมหากษัตริย์ไม่สามารถจะถูกเอาผิดได้ แต่ประชาชนเอาผิดกับผู้รับสนองได้ ดังนั้น ผู้รับสนองจึงต้องเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในการตัดสินใจ (อำนาจมาพร้อมกับการถูกเอาผิดได้ หรือพูดในทางกลับกัน การถูกเอาผิดได้ของผู้รับสนอง ก็มาพร้อมกับอำนาจ นี่เป็นความเข้าใจต่อการมี "ผู้รับสนอง" ที่ไม่ตรงกับปัจจุบันซึ่งประมวลพูดถึง)

ต้องเข้าใจว่า การที่หยุด เสนอเช่นนี้ มาจากหลักการแรกสุดที่กล่าวในตอนต้น คือ ในระบอบประชาธิปไตย "อำนาจ" ต้องมาพร้อมกับ "ความรับผิดชอบ" หรือ "การถูกตรวจสอบ/เอาผิดได้" ไม่ว่ากรณีใดๆ ดังนั้น ถ้าไม่ต้องการให้มีการตรวจสอบ/เอาผิดได้กับพระมหากษัตริย์ ก็ต้องไม่ทรงมีอำนาจของพระองค์เอง

ในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนที่มีอำนาจ ต้องถูกตรวจสอบ/เอาผิดได้ ถ้าถูกตรวจสอบ/เอาผิดไม่ได้ ต้องไม่มีอำนาจ

ข้อความสำคัญที่สุดที่หยุดอธิบายเรื่องนี้ คือข้อความต่อไปนี้

 "ในขณะนี้ปรากฏว่าได้มีการวิพาษ์วิจารณ์การกระทำของพระมหากษัตริย์ในที่ชุมนุมสาธารณะหรือในทางหนังสือพิมพ์อยู่บ้าง ซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะตามรัฐธรรมนูญนั้น องค์พระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ฉะนั้นในทางรัฐธรรมนูญพระมหากษัตริย์จึงทรงกระทำผิดมิได้ (The King Can Do No Wrong) ( แต่ทรงกระทำตามคำแนะนำของรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบแทนพระองค์" 

บทความชิ้นนี้ของหยุด เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานออกอากาศทางวิทยุก่อนหน้าบทความของหยุด 2 สัปดาห์ คือในคืนวันที่ 25 มกราคม 2499 เนื่องในโอกาส "วันกองทัพบกไทย" (ชื่อที่เรียกวันนั้นในขณะนั้น) ในพระราชดำรัสดังกล่าว ซึ่งสร้างความ "ฮือฮา" ให้กับวงการเมืองอย่างยิ่ง ในหลวงทรงกล่าวตอนหนึ่งว่า "ทหารจึงต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับที่ตนได้รับความไว้วางใจ ไม่ควรไปทำหรือเกี่ยวข้องในกิจการที่ไม่อยู่ในหน้าที่โดยเฉพาะของตน เช่น ไปเล่นการเมือง ดังนี้เป็นต้น" ซึ่งถูกตีความโดยทั่วไปว่า เป็นพระราชวิจารณ์รัฐบาลและกลุ่มปกครอง ("คณะรัฐประหาร" หรือ ร.ป.) ในขณะนั้นโดยตรง[2]

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ประวัติของ ศาสตราจารย์ ดร. หยุด แสงอุทัย
  2. deja vu ปัญหา "พระราชอำนาจ" ใน พ.ศ.2499 : กรณีหยุด แสงอุทัย ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล