สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
From Politicbase/
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษา เศรษฐศาสตร์การคลัง และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อปริญญาโท MBA สาขาบริหารการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ ปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ เน้นการจัดการด้านการตลาด ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา ชีวิตส่วนตัว ปัจจุบันสมรสแล้วกับนางอนุรัชนี จาตุศรีพิทักษ์
Contents |
ประวัติการทำงาน
- เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์
- กรรมการ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
- กรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- ที่ปรึกษา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- กรรมการในอนุกรรมการพิจารณารับและเพิกถอนหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
- เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ดร.ทนง พิทยะ)
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)
- ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ศ.ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์)
- ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร
- 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- 9 ตุลาคม พ.ศ. 2544 - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 รองนายกรัฐมนตรี
- 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 - 9 มีนาคม พ.ศ. 2547 รองนายกรัฐมนตรี
- 10 มีนาคม พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี
- 11 มีนาคม พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- 2 สิงหาคม พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เกียรติประวัติ
- นักวิชาการและนักปฏิบัติทางด้านนโยบายและกลยุทธ์
- เจ้าของตำราที่มีชื่อเสียงและขายดีในระดับโลก " The New Competition ", "Exporting Behavior of Firms" และล่าสุด เจ้าของตำรา "The Marketing of Nations"
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- พ.ศ. 2537 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
- พ.ศ. 2540 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
- มหาวชิรมงกุฏไทย (ม.ว.ม.)
หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
หลังรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เขาได้ทำการลาออกจากการเป็น สมาชิกพรรคไทยรักไทย ได้ร่วมกับพิมล ศรีวิกรม์ตั้งกลุ่มธรรมาธิปไตยขึ้น และบางช่วงได้มีการทำงานร่วมกับกลุ่ม มัฌชิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ ไปทำความเข้าใจเรื่องเศรษกิจพอเพียงกับต่างชาติโดยเฉพาะไทยกับญี่ปุ่น แต่เป็นได้ไม่กี่ วันก็ลาออกไป เนื่องจากแรงกดดันจากหลายฝ่าย