วีระ มุสิกพงศ์

From Politicbase/

Jump to: navigation, search

นายวีระ มุสิกพงศ์ เคยเป็นนักเขียนและนักข่าวของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ พ.ศ. 2518 เป็น ส.ส. เขตพญาไท ได้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เมื่อ พ.ศ. 2519 แต่กลับร่วมมือกับฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคของตัวเอง เนื่องจากไม่พอใจที่รัฐบาลยินยอมให้จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางเข้าประเทศ จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา

ช่วง พ.ศ. 2519-2522 เกิดความขัดแย้งกับนายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนร่วมพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต่อมาลาออกไปตั้งพรรคประชากรไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายสมัครเขียนหนังสือชื่อ "สันดานนักหนังสือพิมพ์" ส่วนนายวีระได้เขียนหนังสือโต้ตอบนายสมัคร ชื่อว่า "สันดานรัฐมนตรี" พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2521 พร้อมกับได้ลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทย ชื่อเรื่อง "ไอ้ซ่าส์...จอมเนรคุณ" แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกเซ็นเซอร์ไม่ให้ออกฉาย เพราะมีเนื้อหาเสียดสีนายสมัคร ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะนั้น

ในเหตุการณ์กบฏ 26 มีนาคม พ.ศ. 2520 โดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายวีระเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ

ภายหลังจากได้รับอิสรภาพ ในปี พ.ศ. 2522 นายวีระได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดุสิต ซึ่งเป็นเขตที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็น ส.ส.เก่าอยู่ และพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายวีระได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี 3 สมัย คือ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 11 มีนาคม 2524 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 19 ธันวาคม 2524 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 7 ธันวาคม 2526

ปี พ.ศ. 2529 นายวีระได้ตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จนปี พ.ศ. 2531 และต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องโทษจำคุก 4 ปี ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2531 เมื่อจำคุกได้ประมาณหนึ่งเดือน ก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยคำขอพระราชทานอภัยโทษ ลงนามเสนอโดยพลเอกประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์เกิดการแตกแยก มีขั้วของนายชวน หลีกภัย กับขั้วของนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเรียกว่า " กลุ่ม 10 มกรา " โดยวีระต้องการนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่กลุ่มชวน ต้องการนายพิชัย รัตตกุล เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นเลขาธิการพรรค ครั้งนั้น กลุ่มนายวีระ พ่ายแพ้ ต้องนำทีมออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปตั้งพรรคประชาชน และยุบในเวลาต่อมา และหันไปเป็นคนสนิทของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในพรรคความหวังใหม่ ภายหลังควบรวมกับพรรคไทยรักไทย นายวีระ มุสิกพงศ์ กลับมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย

ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 นายวีระเคยจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาชื่อ " พรรคดำรงไทย " โดยมีตนเองเป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งเลย โดยไม่ได้ ส.ส. เลยแม้สักคน

ในทางสังคม เคยสร้างความฮือฮามาก่อนด้วยการบอกสารภาพรักต่อ จารุณี สุขสวัสดิ์ นางเอกชื่อดัง และเคยเข้าไปเยี่ยมจารุณีขณะนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วย แต่ทางจารุณีได้ปฏิเสธ จากนั้นจึงได้แต่งงานกับ ศรีวิไล ประสุตานนท์ ภรรยาคนปัจจุบันที่ก็เคยเป็นนางเอกมาก่อน


ช่วงหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นผู้หนึ่งที่พยายามรวบรวมสมาชิกพรรคไทยรักไทย ที่แตกกระจัดกระจายให้มารวมตัวกันอีกครั้ง และเป็นผู้ออกมาเริ่มต้นจัดทำ บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ และกลุ่มพีทีวี ภายหลังกลายเป็นก็เป็นแกนนำหนึ่งของ " แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ " (นปก.) (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดเวทีปราศรัยที่สนามหลวงโจมตีรัฐบาลและคมช. รวมทั้งบางครั้งยังพาดพิงไปถึงประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ด้วย

ปัจจุบันยังคงเป็นประธาน บริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด

Contents

ข้อมูลทั่วไป

  • วันเดือนปีเกิด : 24 พฤษภาคม 2491
  • ชื่อบิดา-มารดา : นายเกล้า และ นางส่อง มุสิกพงศ์
  • ครอบครัว : สมรสแล้ว กับภรรยาชื่อ นางศรีวิไล มุสิกพงศ์

ประวัติการศึกษา

  • นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2515

ประสบการณ์ทางการเมือง

ข้อมูลเพิ่มเติม