วลัญชทัศน์
From Politicbase/
กลุ่มวลัญชทัศน์ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำหรับที่ มช.ก็เกิดการรวมตัวของนักศึกษากลุ่มอิสระขึ้นมาเช่นเดียวกันในห้วงปี 2512 – 2515 และพวกเขาประกาศตัวเป็น ‘กลุ่มวลัญชทัศน์’ ออกหนังสือของกลุ่มเล่มแรกในต้นปี 2514 ชื่อ ‘วลัญชทัศน์ : ฉบับมนุษย์และปัญหา’ ต่อมาในช่วงเดือนตุลาคม 2514 ได้ออกหนังสือเล่มที่ 2 ชื่อ ‘วลัญชทัศน์ : ฉบับภัยเขียว’ ตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจเผด็จการทหารที่ครอบงำสังคมมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เป็นต้นมา
กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวประกอบด้วย นิสิต จิรโสภณ นักศึกษาวิชารัฐศาสตร์ (เสียชีวิตแล้ว) สงวน พิศาลรัศมี นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ (บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ) สถาพร ศรีสัจจัง นักศึกษาวิชาภาษาไทย (กวีใหญ่และ รอง ผอ.สถาบันทักษิณคดีศึกษา จ.สงขลา) นิติธารก์ มานะทัต นักศึกษาวิชาสื่อสารมวลชน (เคยทำงานที่แบงก์ชาติ) วัฒนา สุกัณศีล นักศึกษาวิชาสังคม-มานุษยวิทยา (สอนหนังสืออยู่ มอ.ปัตตานี) เป็นต้น
ในช่วงปีนี้ มช.มีบรรยากาศของความตื่นตัวทางการเมืองและทางสังคมภายในหมู่นักศึกษาพอสมควร โดยเฉพาะการอ่านและการเขียนหนังสือ เขาเรียกกันว่ายุคหนังสือพิมพ์เล่มละบาท มีนักเขียนเรื่องสั้น บทกวี และบทความ คอลัมน์วิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นมากมาย วิธีการขายหลักคือ การวางขายตามแคนทีนคณะต่างๆ และกลุ่มผู้จัดพิมพ์หนังสือเดินเคาะห้องตามหอพักต่างๆ ขายกันเลย ณ เวลานั้นมีหนังสือพิมพ์แทบลอยด์เล่มละบาทออกมาเกือบ 10 เล่ม หนังสือ 8 หน้ายกแนวสายลมแสงแดดอีกหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กประเภทเรื่องสั้นของนักเขียนอิสระชาว มช.อีกหลายเล่ม
กลุ่มนักเขียนที่โดดเด่นเหล่านี้ อาทิเช่น สุภาพ คลี่ขจาย (ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทรท.) นักศึกษาวิชาสื่อสารมวลชน ซึ่งรับตำแหน่งประธานชุมนุมวรรณศิลป์ สมช.เป็นหัวเรือใหญ่ออกหนังสือพิมพ์คนหนุ่ม และเขียนคอลัมน์ในนามปากกา ‘ฉัตร เชิงดอย’ จนโด่งดัง ก่อนจะกระโจนเข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์และสื่ออื่นๆ ต่อไป สถาพร ศรีสัจจัง คนปักษ์ใต้และกลายเป็นกวีใหญ่ผู้มีชื่อเสียงทางภาคเหนือทั้งเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์
สินสมุทร วรรณรัตน์ นักศึกษาวิชาจิตวิทยา ปัจจุบันไม่ได้เห็นงานเขียนอีก สุเมธ แสงนิ่มนวล นักศึกษารัฐศาสตร์ (รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก) มีงานเขียนรวมเล่มออกมาต่อเนื่องหลายเล่ม ธงชัย (มานะ)สุรการ นักศึกษาวิชาศึกษาศาสตร์ เคยอยู่วงการหนังสือพิมพ์ เป็นบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นและจัดรายการวิเคราะห์หุ้นทางคลื่น 99.0 อดีตนักเขียนฝีมือดี น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่มีงานเขียนใหม่ออกมา ชัชวาล นิลประยูร นักศึกษารัฐศาสตร์เก่งเรื่องโคลง 4 สุภาพ ต่อมาเขียนเรื่องสั้นได้รับรางวัลช่อการะเกด (เออร์ลี่รีไทร์ อาจจะมีอารมณ์เขียนหนังสือใหม่ก็ได้) ดนัย ส่องแสงจันทร์ นักศึกษาวิชาสื่อสารมวลชน ประธานชุมนุมวรรณศิลป์ สมช. เคยเป็นหัวหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย สาขาภาคเหนือ ปัจจุบันอยู่สหรัฐอเมริกา
ภิญโญ ควนสุวรรณ (เสียชีวิตแล้ว) นักศึกษาวิชาสื่อสารมวลชน อดีตว้ากเกอร์ตัวยง เริ่มต้นเป็นนักข่าวการเมืองที่หนังสือประชาธิปไตยรายวัน วันหนึ่งไปทำข่าวรับน้องที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ปรากฏว่าอดีตว้ากเกอร์ถูกว้ากเกอร์ปัจจุบันรุมล้อมกรอบจนเป็นข่าวโด่งดัง น้าโยได้สร้างบุกเบิกข่าวยานยนต์ จนกลายเป็นเซ็กชั่นหนึ่ง ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในปัจจุบัน
มีนักกิจกรรมนักศึกษาอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในกระแสการตื่นตัวทางการเมืองและสังคมในยุคนั้นด้วย อาทิเช่น สุรเจตน์ น้อยพันธุ์ นักศึกษาวิชารัฐศาสตร์ ประธานชุมนุมอาสาพัฒนาชนบท (ค่ายอาสาฯ) ปัจจุบันเป็น พ.ต.อ.สุรเจตน์ ธรรมธำรงค์ รอง ผบก.ในกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ทศพร นาคธน นักศึกษาวิชาศึกษาศาสตร์ จากชุมนุมศิลปะการละคร (มีสตูดิโอส่วนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ) ถวิล เมืองจีน นักศึกษาวิชารัฐศาสตร์ (ข้าราชการสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ) เอ๊ด ภิรมย์ นักศึกษาวิชารัฐศาสตร์ จากชุมนุมนิยมไพร (มีรายการโทรทัศน์ของตัวเองและมีฝีมือด้านการจัดภูมิทัศน์) สรศักดิ์ เลิศวิทยากำจร นักศึกษาวิชาภาษาไทย อดีตนายกสโมสรคณะมนุษยศาสตร์ มช. เคยทำงานหนังสือพิมพ์บ้านเมืองอยู่หลายปี ประสบสุข ภุชงค์เจริญ นักศึกษาวิชารัฐศาสตร์ (เคยอยู่หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยรายวัน ก่อนจะผันตัวเป็นเสี่ยใหญ่) ดารารัตน์ เชมนะศิริ (พี่แดง) นักศึกษาวิชาฝรั่งเศส ลูกสาวเจ้าของโรงพิมพ์และหนังสือพิมพ์แผ่นดินไทย ต่อมาได้ไปศึกษาต่อที่บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมและมีครอบครัวอยู่ที่นั่น
นอกจากนี้ยังมีนักกิจกรรมอีกมากหน้าหลายตาที่ช่วยกันผลักดันให้เกิดการตื่นตัวทางด้านสังคม การเมือง ประชาธิปไตย การแสวงหาความรู้และการคิดการอ่าน การเขียนขึ้นในมหาวิทยาลัย เป็นบรรยากาศใหม่ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสังคมมหาวิทยาลัย ณ เวลานั้น ที่เต็มไปด้วยเวทีลีลาศ การบันเทิงเริงรมย์ และกิจกรรมไร้สาระอื่นๆ อีกมากมาย เป็นการกระตุ้นให้ชาวมหาวิทยาลัยได้แง่คิดมุมมองใหม่สำหรับโลก ประเทศและสังคมที่อยู่รอบๆ ตัว
นิสิต จิรโสภณ คือบุคคลสำคัญที่สุดในขบวนการนักศึกษาภาคเหนือ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันให้กลุ่มวลัญชทัศน์เกิดรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน ทั้งในรูปกลุ่มเสวนาและกลุ่มกิจกรรม เขาเป็นคนไม่พูดมาก แต่พูดเจ็บ เป็นแบบอย่างในการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ สู้ไม่ถอย ไม่มีท้อไม่มีบ่น พี่นิสิตน่าจะไฮปาร์คครั้งเดียวตอนต่อต้าน ปว.299 นอกนั้นจะฉากออกไปคุมเวทีแทน ก่อน 14 ตุลาฯ ถูกสันติบาลเชิญตัวไปสอบหลายครั้ง จากการทำหนังสือวลัญชทัศน์ฉบับ ‘ภัยเขียว’ และการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐบาล
นิสิตเป็นเสาหลักให้กับน้องๆ ที่มช. ถึงปี 2517 จึงเข้ากรุงเทพฯ ไปทำหนังสือพิมพ์มาตุคามรายวันและหนังสือพิมพ์อธิปัตย์ นอกจากนั้นยังพิมพ์หนังสือแนวก้าวหน้าออกเผยแพร่จำนวนมาก ทั้งในนาม ‘แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่’ และ ‘ชมรมหนังสือแสงตะวัน’
ในเดือนเมษายน 2518 เสียชีวิตเพราะตกรถไฟที่บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ น่าจะมาจากการฆาตกรรมทางการเมือง