มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
From Politicbase/
เป็นดำริของ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่ต้องการสร้างองค์กรพัฒนาเอกชน ที่รับเงินเดือนโดยตรงกับประชาชน โดยอาศัยฐานมวลชนเดิมที่ติดตามเขานับตั้งแต่การจัดรายการยามเฝ้าแผ่นดินจนกระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (สนธิ เป็น 1 ใน 5 แกนนำ) แต่เนื่องจากรูปแบบมูลนิธิไม่สามารถรับเงินบริจาคโดยตรงได้ จึงมีการกำหนดให้ใช้วิธีสมัครเป็นสมาชิกหนังสือยามเฝ้าแผ่นดินแทน
ต่อมามีความพยายามจะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นโดยอาศัยฐานจากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
การประกาศบนเวทีปราศรัยที่ปราณบุรี เมื่อคืนวันที่ 18 สิงหาคม 2550 ว่าในอนาคตอาจจะถึงเวลาที่จะต้องเกิดพรรคการเมืองใหม่ของพี่น้องชนชั้นกลางทั่วประเทศ พรรคยามเฝ้าแผ่นดิน! จึงได้รับการจับตา และถามไถ่กันหนาหูพอสมควร[1]
ต่อมามีกระแสคัดค้านอย่างมากแม้ในกลุ่มพันธมิตรฯ และสมาชิกกลุ่มผู้จัดการกันเอง หนึ่งในนั้นเป็นเสียงคัดค้านจาก สุวินัย ภรณวลัย ซึ่งพูดตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเป็นการโยนหินถามทาง
ผมเข้าใจว่าข้อเสนอเรื่อง"พรรคยามเฝ้าแผ่นดิน"เป็นการโยนหินถามทางของคุนสนธิครับ แต่เรื่องการตั้งพรรคยามเฝ้าแผ่นดินนี้ เท่าที่ผมตามเสียงสะท้อนของพวกเราเหล่าพันธมิตรในเวบบอร์ดแห่งนี้ ผมเข้าใจว่าเสียงแตกเป็นก้ำกึ่งระหว่างเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยนะครับ เราจะต้องระวังไม่ให้มีการเสียพันธมิตรหรือแนวร่วมอันเนื่องมาจากการคิดตั้งพรรคยามเฝ้าแผ่นดินนี้ เพราะฉะนั้นจึงควรเข้าใจและแยกแยะความแตกต่างระหว่าง ขบวนการยามเฝ้าแผ่นดิน กับ พรรคยามเฝ้าแผ่นดินให้ได้ก่อน ขบวนการยามเฝ้าแผ่นดินต้องมีความสำคัญเป็นอันดับแรกครับ และคุณสนธิก็เป็นผู้นำขบวนการอยู่แล้ว ส่วนพรรคยามหากจะตั้งขึ้นควรให้คนอื่นที่เป็นพวกเราขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคนะครับ คุณสนธิไม่ควรเป็นหัวหน้าพรรคเอง ถ้าจัดความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนอันนี้ได้เหมาะสมก็จะไม่เกิดความแตกแยกในขบวนการครับ สุวินัย[2]
หลังจากประสบกระแสคัดค้านในความพยายามตั้งพรรคยามเฝ้าแผ่นดินแล้ว ก็มีแนวคิดที่จะแยกฐานมูลนิธิและพรรคให้ดำเนินการไปควบคู่กัน มีความเป็นไปได้สูงที่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินจะพัฒนาไปเป็น พรรคเทียนแห่งธรรม ซึ่งภายในกลุ่มผู้จัดการ ได้มีแนวคิดการตั้งพรรคการเมืองกันมานานแล้ว (จะเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองภาคประชาชนของ สุวิทย์ วัดหนู หรือไม่, ไม่แน่ใจ) คำนูณ สิทธิสมาน พูดในทำนองว่า "เป็นเรื่องพูดกันเล่น" แต่ก็มีการเสนอ ชื่อพรรค, สัญลักษณ์พรรค, คำขวัญพรรค, และนโยบายพรรคอย่างเป็นการเป็นงาน[3][4]
- ชื่อพรรค : พรรคเทียนแห่งธรรม
- คำขวัญพรรค : ยโต ธรฺมสุตโต ชยะ -- ที่ใดมีธรรม ที่นั่นมีชัย
- สัญลักษณ์พรรค : ภาพลายเส้น “อรชุน” น้าวศร “คาณฑีพ” ( อันเป็นตอนหลังจากที่สดับอนุสาสน์ “ภควัทคีตา” จากพระกฤษณะ สารถีประจำพระองค์)
- คำขวัญและนโยบาย : “เทียนแห่งธรรม : ปัญญานำพาแผ่นดิน”
- มีเทียนสามเล่ม เพื่อส่องสว่างหนทางปัญญา ที่ประกอบไปด้วย
- เทียนราชาธรรม : คือ แสงแห่งปัญญาจากแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่องสว่างถึงประชาชนทุกระดับ
- เทียนคุณธรรม : คือ แสงแห่งปัญญาที่ขับทำลายความมืดมิดฉ้อฉล เพื่อกอบกู้คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล คืนสู่สังคม
- เทียนภารดรธรรม : คือ แสงแห่งปัญญาที่มุ่งเสริมสร้างภูมิปัญญาประชาชนให้เดินไปบนหนทางแห่งโลกาภิวัตน์อย่างมีสติ อันมีเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์สุขแห่งมหาประชาชน
สนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาจัดรายการยามเฝ้าแผ่นดินเมื่อวันศุกร์ ก็ย้ำไอเดียเรื่อง "พรรคเทียนแห่งธรรม" อีกครั้ง[5]
สนธิ - ขั้วที่ 3 ในนัยที่ถูกต้องของผม คือขั้วที่ 3 ที่เกิดขึ้นโดยพึ่งพาประชาชนเป็นฐานทั่วประเทศไทย ถ้าพรรคพลังประชาชนซื้อรากหญ้าได้ เราไม่ต้องไปแข่งซื้อกับเขา ก็ชนชั้นกลาง พวกผมไงล่ะ เขต 1 ทั่วประเทศไทย 76 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร คนพวกนี้ไม่ต้องให้ 300-500 เขาจะไปลงคะแนนเสียงด้วยใจ ผมยังไม่เห็นขั้วที่ 3 ขั้วไหนเลยที่มาทำเช่นนี้ ถ้าจะมีขั้วที่ 3 มันควรเป็นพรรคเทียนแห่งธรรม ถ้าจะมีพรรคเทียนแห่งธรรมเกิดขึ้น ขอให้พ่อแม่พี่น้องรู้ พรรคนี้เกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เพื่อเป็นทางเลือกขั้วที่ 3 จริงๆ ในปี 2552 ที่พรรคการเมืองทั้งหมดจะล่มสลายเพราะกัดกันเอง แล้ววันนั้นพรรคเทียนแห่งธรรมจะเป็นทางเลือกที่ 3 ของพ่อแม่พี่น้องจริงๆ
สนธิ - พรรคเทียนแห่งธรรมจะเป็นพรรคที่มุ่งกับชนชั้นกลางทั่วประเทศไทย ปกป้องสิทธิเขา ปกป้องเสรีภาพในการทำมาหากินของคนทุนน้อยไม่ให้คนทุนใหญ่มารังแก เน้นการศึกษาให้ลูกหลานเขาได้คุณภาพการศึกษาที่ได้ระดับมาตรฐาน ในราคาที่ถูก ปกป้องสิทธิในฐานะผู้บริโภค ซื้อรถยนต์ใหม่เอี่ยมมา 1 คัน ส่งซ่อม 5 ครั้ง ยังซ่อมไม่เสร็จ บริษัทรถยนต์ต้องเปลี่ยนรถให้เขา ทานอาหารที่ไหน ซื้อของจากตลาด ซื้อของยี่ห้ออะไร ถ้ามีสารพิษเจือปน ต้องดำเนินคดีกับผู้ผลิต ตรงไปตรงมาต่อหน้าเขา นี่คือการปกป้อง ต้องการจะลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน นี่คือเรา นี่คือสิ่งซึ่งเราสู้มาตลอด ผมไม่ได้ต้องการตั้งพรรคการเมือง แต่ถึงตอนนั้นผมพร้อมเป็นผู้ประสานงานแล้วจัดตั้งให้เกิดพรรคเทียนแห่งธรรมขึ้นมา
ข้อมูลทั่วไป
- ที่อยู่ : 49/1 ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
- โทรศัพท์ : 0 2629 5400
- เวบไซต์ : เว็บไซต์มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
รายชื่อคณะกรรมการ
มีคณะกรรมการมูลนิธิจำนวน 11 คน โดยมี คำนูณ สิทธิสมาน เป็นประธานมูลนิธิ ต่อมาได้มีการเลือกคณะกรรมการบริหาร 5 คน[6]
รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในมูลนิธิฯ
- คำนูณ สิทธิสมาน ประธานมูลนิธิ
- อมร อมรรัตนานนท์ : เลขานุการมูลนิธิ
รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร[7]
มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ก็ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 23 เดือนเมษายน พ.ศ. 2550 มี คำนูณ สิทธิสมาน เป็นประธานมูลนิธิฯ และ สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นที่ปรึกษามูลนิธิฯ โดย คณะกรรมการบริหารมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ประกอบด้วย[8]
- สนธิ ลิ้มทองกุล ประธานคณะกรรมการ
- สามารถ มังสัง รองประธานกรรมการ
- สุวินัย ภรณวลัย กรรมการ
- ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมการ
- อิทธิ อิทธิประชา กรรมการ
