พินิจ จารุสมบัติ
From Politicbase/
พินิจ จารุสมบัติเคยเข้าป่าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อจัดตั้ง สหายพนัส ในช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 โดยทำงานในเขตภูหินร่องกล้า (ในเขตนี้มี เสกสรรค์ ประเสริฐกุลร่วมอยู่ด้วย)[1]
ในปี 2515 ใต้เงาอำนาจเผด็จการ นักศึกษารามคำแหงที่สนใจปัญหาสังคม การเมือง ได้มีการรวมตัวกันในชื่อกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มพระร่วง, กลุ่มศาลาอเมริกัน, ชมรมคนรุ่นใหม่, กลุ่มอิสระพิทักษ์ มร.ฯลฯ
และปีเดียวกันนั้น พินิจ ในนามกลุ่มพระร่วง ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.)
แต่กลุ่มพระร่วง ก็บริหาร อศ.มร. ได้เพียง 15 วัน ก็ถูก ดร.ศักดิ์ ผาสุขนิรันดร์ อธิการบดี มร. สมัยนั้น ให้คณะกรรมการ อศ.มร. พ้นจากตำแหน่ง อันเนื่องมาจาก พินิจกับพวกได้ท้าทายอำนาจอธิการบดี ทำหนังสือขอความเป็นธรรม ให้กับอาจารย์สองคนที่ถูก ดร.ศักดิ์ ไล่ออกจากมหาวิทยาลัย
แม้จะเป็นนายก อศ.มร.ที่มีอายุสั้น แต่พินิจก็ไม่หยุดการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย กระทั่งเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา และหลังจากนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็นรองเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฝ่ายการเมือง มีบทบาทในการเปิดโปงกรณีถีบลงเขาเผาลงถังแดง และเหมืองเท็มโก้ ระหว่างปี 2517-2518
ว่ากันว่า ในบรรดานักเลือกตั้งเดือนตุลา รุ่นเดียวกัน ที่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น สุธรรม แสงประทุม, จาตุรนต์ ฉายแสง, อดิศร เพียงเกษ, ภูมิธรรม เวชยชัย และชำนิ ศักดิเศรษฐ์ คงไม่มีใครมากด้วยทรัพย์ศฤงคาร บริวาร และ 'คอนเนคชั่นการเมือง' มากเท่ากับพินิจ!
ในทำเนียบนักเลือกตั้งเดือนตุลา พินิจ มีกราฟชีวิตการเมืองที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเวลา 10 ปี
จาก ส.ส.ธรรมดาๆ กลายเป็นแกนนำจัดตั้ง 'พรรคเสรีธรรม' ที่ยกให้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ต่อจากนั้น พรรคเสรีธรรม ที่มี ส.ส.ไม่ถึง 10 คน กลายเป็นตัวแปรในการเมืองแบบ 'รัฐบาลผสม' อันส่งผลให้พินิจ ได้ตำแหน่งเสนาบดีในทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาล (ช่วงปี 2538-2544)
ด้วยบุคลิกแบบคนใจนักเลง จึงทำให้เขาก้าวขึ้นสู่แถวหน้านักเลือกตั้งในระดับเดียวกันกับ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุชาติ ตันเจริญ และสรอรรถ กลิ่นประทุม[2]
ในช่วงที่อยู่กับพรรคไทยรักไทย เขาเป็นสปอนเซอร์หลักของกลุ่มวังพญานาค ร่วมกับปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ในช่วงหลักการรัฐประหารได้เข้าสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ภายหลังได้ลาออกพร้อมกับนายปรีชา และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยอื่นๆ เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
Contents |
ข้อมูลทั่วไป
- วันที่เกิด/สถานที่เกิด : 13 ตุลาคม 2494 / ฉะเชิงเทรา
- การศึกษา : นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
- 22 มี.ค 2535 - 29 มิ.ย 2535 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย
- 13 ก.ย 2535 - 18 พ.ค 2538 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย
- 2 ก.ค 2538 - 27 ก.ย 2539 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย
- 17 พ.ย 2539 - 8 พ.ย 2543 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย
- 2539 - 2543 หัวหน้าพรรคเสรีธรรม
- 2536 - 2538 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- 2539 - 2540 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- 2543 - 2544 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- 2545 - 2545 กรรมการที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายติดตามปฏิบัติราชการ
- 2545 รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
- 3 ตุลาคม 2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
- 6 ตุลาคม 2547 เป็นรองนายกรัฐมนตรี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
- มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
