พันศักดิ์ วิญญรัตน์

From Politicbase/

Jump to: navigation, search

พันธ์ศักดิ์ วิญญรัตน์นั้นเป็นคนซึ่งเจริญเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างจะมีเงินมากๆ และบิดาพันศักดิ์นั้น เป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ยุครุ่นเดียวกับนายชิน โสภณพานิช ทั้งพี่เขยและพี่ชายก็เป็นผู้บริหารระดับสูงมากๆ ที่ธนาคารกรุงเทพ คนหนึ่งชื่อ คุณสรดิษฐ์ วิญญรัตน์ ซึ่งก็ได้เกษียณตัวเองก่อนอายุอันควรและก็ไปเป็นนักธุรกิจ นักลงทุนซึ่งร่ำรวยอย่างมหาศาล มีกิจการโรงแรมที่กรุงลอนดอน ส่วนพี่เขยปัจจุบันก็ยังทำงานอยู่ธนาคารกรุงเทพ ชื่อคุณเดชา ตุลานันท์ เป็นระดับรองผู้จัดการใหญ่ เป็นลูกหม้อธนาคารกรุงเทพ

เริ่มอาชีพนักข่าวกับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวัน Bangkok World (ก่อนจะรวมกับ Bangkok Post) และสำนักข่าวต่างประเทศ ในบางช่วงก็มีชีวิตในต่างประเทศ ที่สหรัฐฯ เขาอยู่เกือบสิบปี มีภรรยาคนแรกเป็นอเมริกัน ซึ่งเป็นคนในตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในสังคมอเมริกัน

การเริ่มต้นทำหนังสือพิมพ์ จตุรัสรายสัปดาห์ นับว่ามีความสำคัญที่เขาแสดงความคิดอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

หนังสือจตุรัสเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับ ความนิยมจากปัญญาชนยุคนั้น ที่ส่วนใหญ่ เพิ่งจบการศึกษาจากสหรัฐฯ ในยุคที่สังคมอเมริกันมีความขัดแย้งทางความคิดมากที่สุด ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์มหภาคที่มีชื่อเสียงไทยบอกว่า เขาก็เป็นคนรุ่นนั้นที่จบการศึกษามาในราวปี 2514-2515 เป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ ที่จุฬาฯ ในยุคที่นิสิตเป็นฝ่ายซ้าย ก็ทำให้อาจารย์เป็นฝ่ายซ้ายไปด้วย

หนังสือพิมพ์จตุรัสในสายตาของวีรพงษ์ เป็นหนังสือฝ่ายซ้าย ต่อต้านฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศไทย

จตุรัสหนึ่งและสองที่พันศักดิ์ วิญญรัตน์ พูดหมายถึงประวัติหนังสือจตุรัสที่เปิดและปิดหลายครั้งหลายครา

ในนิตยสารฉบับเดียวกันนั้น (3 ตุลาคม 2526) ซึ่งถือเป็นฉบับครบรอบ 3 ปีของยุคที่ 3 กล่าวถึงประวัติยุคต่างของจตุรัสเอาไว้ด้วย

"จตุรัส" ยุคที่ 3 เริ่มต้นเมื่อเดือนกันยายน 2524 ซึ่งให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจมากขึ้น ตามสถานการณ์สังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คราวนี้ได้ทำอย่างต่อเนื่องยาวนานจนหมดเงินสนับสนุน จึงตัดสินใจเลิกกิจการเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน[1]

คุณพันธ์ศักดิ์นั้นเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ ค่อนข้างจะติดนิสัยคนอังกฤษ แต่ว่าเป็นคนซึ่งพูดจาตรงไปตรงมา ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ถ้าไอเดียใครไม่ดีก็ด่าเอาตรงๆเลย ก็เลยเป็นคนซึ่งไม่ค่อยจะมีคนชอบขี้หน้าเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแรกที่เป็นประธานที่ปรึกษาของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ[2]

เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาด้านโยบายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญ ๆ หลายนโยบายของรัฐบาลทักษิณ 1 และทักษิณ 2 เช่น นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน (Dual Track) และ นโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

ออกมาตอบโต้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ว่า

 "การกล่าวอ้างแบบนี้เป็นการกระทำที่เรียกว่า Black Propaganda (การสร้างข่าวด้านลบ) การเขียนบทความใด ๆ นั้นควรเขียนในสิ่งที่น่าเชื่อถือคือทำให้คนที่มีปัญญาเชื่อ แต่เขียนกันออกมาแบบนี้มันจะบ้าหรือ"[3]

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งคณะทำงานที่ปรึกษา นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว.คลัง[4]

Contents

ข้อมูลทั่วไป

  • วันเดือนปีเกิด : 19 สิงหาคม 2486
  • วูฒิการศึกษาสูงสุด : ปริญญาตรีด้านกฎหมายระหว่างประเทศ London University ประเทศอังกฤษ

ประสบการณ์

  • นักหนังสือพิมพ์อาวุโส อดีตบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ Asia Times
  • ที่ปรึกษา NM Rothschild & Sons Co.,Ltd. วาณิชธนกิจเก่าแก่ของยุโรป
  • อดีตประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
  • ผู้ก่อตั้ง พรรคไทยรักไทย
  • ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
  • ประธานกรรมการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (สคบ.) หรือ Thailand Creative and Design Center (TCDC) และประธานกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)

ความคิดด้านนโยบาย

พันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นนักคิด ในเรื่องยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศมานาน ตั้งแต่ ยุคสงครามเวียดนาม เขามีบทบาทในเรื่องนโยบายโดยตรง ในช่วงรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ โดยเฉพาะเรื่อง"แปรสนามรบเป็นตลาดการค้า" ส่วนในรัฐบาลทักษิณ ที่สำคัญ คงเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยการรื้อแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกที่เดิมมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการลงทุนของตะวันตก อาศัยความรู้ เทคโนโลยี่ ของตะวันตก ในขณะประเทศในเอเชียมีเพียงแรงงานราคาถูก ในที่สุดตะวันตกก็ควบเอเชียในฐานะฟาร์มของตนเองไว้ในกำมือ ซึ่งสรุปว่าแนวทางนี้เป็นต้นเหตุของความล่มสลายทางเศรษฐกิจที่เพิ่งผ่านมา หรือที่ฝรั่งเรียกว่า East Asia Economic Model ตามแนวความคิดที่อย่างน้อยสองระดับ ระดับชุมชน ก็คือนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ในระดับธุรกิจธุรกิจให้ความสำคัญ SME มากขึ้น ในระดับภูมิภาค แสวงหาความร่วมมือกันมากขึ้นกับประเทศต่างๆในย่านนี้ ด้วยความคิดที่ว่าในภูมิภาคมีความสามารถพึ่งพา เกื้อกูลตนเอง โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่จำเป้นต้องพึงพิงกับตะวันมากจนเกินไป[5]

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ผู้จัดการรายเดือน
  2. คุณถาม-พายัพตอบ
  3. วาระ'ฟินแลนด์'ของทักษิณ นัยของ'พันศักดิ์'-นัย'จตุพร'
  4. “พันศักดิ์” มนุษย์หูกระต่ายยัน USTR ไม่ได้ล็อบบี้ CL-FTA
  5. คุณถาม-พายัพตอบ

ข้อมูลเพิ่มเติม