พรรคแนวร่วมภาคประชาชน

From Politicbase/

Jump to: navigation, search

พรรคแนวร่วมภาคประชาชน เป็นพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางสังคมนิยม ก่อตั้งโดยใจ อึ้งภากรณ์ ยังไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายพรรคการเมือง และไม่ส่ง ส.ส. ลงเลือกตั้ง

Contents

ข้อมูลทั่วไป

  • ชื่อภาษาอังกฤษ : People Coalition Party
  • ชื่อย่อ : -
  • วันที่จัดตั้ง : 8 พ.ค. 2548 (ยังไม่ได้จดทะเบียนพรรคการเมือง)[1]
  • สถานที่ติดต่อพรรค : พรรคแนวร่วมภาคประชาชน ตู้ ป.ณ.2049 ป.ณ.ฝ.จุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ 10332
  • Email : pcpthai@gmail.com

นโยบายพรรค

การสร้างพรรค

ถ้าจะผลักดันการปฏิรูปสังคม เราต้องเสริมสร้างพลังของภาคประชาชน ซึ่งเป็นพลังเดียวที่สามารถขยายพื้นที่ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม เราต้องมีการขยายสิทธิในการรวมตัวกันของภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีการลดข้อจำกัดในการก่อตั้งสหภาพแรงงานในสถานที่ทำงาน เช่นกฎหมายที่ระบุว่าสหภาพแรงงานต้องจดทะเบียน กฎหมายที่ห้ามการตั้งสหภาพแรงงานในภาคเกษตร ในแวดวงข้าราชการ ในมหาวิทยาลัยเอกชน และกฎหมายที่กีดกันสิทธิการตั้งสหภาพของแรงงานข้ามชาติ หรือผู้บริการทางเพศ เราต้องสนับสนุนอำนาจการต่อรองกับนายจ้างของสหภาพแรงงานซึ่งรวมถึงสิทธิในการนัดหยุดงานอย่างเสรีด้วย เพราะถ้าขาดสิทธิการนัดหยุดงานจะไม่มีอำนาจต่อรอง

ประชาชนในชนบทต้องมีสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวกัน และต้องสามารถสร้างขบวนการเคลื่อนไหวโดยปราศจากการข่มขู่ ปราบปราม หรือการสกัดกั้นโดยภาครัฐ และที่สำคัญพอๆ กัน เราต้องต่อสู้เพื่อสิทธิที่จะประท้วงอย่างเสรีตามท้องถนน ซึ่งเป็นรูปแบบการมีส่วนร่วมที่มีความชอบธรรม

ในเรื่องการเมืองต้องมีการยกเลิกการจำกัดสิทธิในการตั้งพรรคการเมืองของภาคประชาชน ซึ่งทุกวันนี้กระทำผ่านการกำหนดคุณสมบัติต่างๆนานา ไม่ควรจะมีการจดทะเบียนพรรคการเมือง แค่แจ้งเจตนาก็พอ กฎหมายเลือกตั้งต้องมีการแก้ไข โดยยกเลิกการลงคะแนนเสียงตามทะเบียนบ้านและเปลี่ยนไปลงคะแนนเสียงในเขตที่อยู่อาศัยประจำวัน ซึ่งจะสะท้อนลักษณะความเป็นจริงของการอยู่อาศัยของคนเมือง นอกจากนี้ต้องยกเลิกกฎหมายที่ระบุว่า สส. ต้องจบปริญญาตรี และ สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง ถ้าจะมีวุฒิสภา ซึ่งอาจไม่จำเป็น ควรเปลี่ยนกฎหมายให้ผู้ลงสมัครหาเสียงและสังกัดพรรคได้อย่างเปิดเผย แทนที่จะสร้างนิยายว่าวุฒิสภา “ปลอดการเมือง” นอกจากนี้ผู้แทนของประชาชน เช่น ส.ส.ควรได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเท่ากับเงินเดือนและสวัสดิการเฉลี่ยในสังคม ไม่ใช่ให้ส.ส.เป็นอภิสิทธิ์ชน

องค์กรอิสระหลายองค์กรอาจจะยกเลิกไปได้เพราะไม่เคยสะท้อนเสียงของประชาชน และไม่สามารถทำหน้าที่อย่างที่อ้างไว้ แต่ถ้าจะคงไว้ในกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชน หรือองค์กรเลือกตั้ง ต้องประกอบไปด้วยผู้แทนของสาขาอาชีพต่างๆ ตามความเป็นจริงในสังคมไทย ดังนั้นประมาณ 40% ต้องเป็นกรรมาชีพ 40% ต้องเป็นเกษตรกร เป็นต้น

ประวัติศาสตร์สอนให้เราเข้าใจดีว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่หลักประกันอะไรในเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้ามีรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนหรือร่างโดยภาคประชาชน รัฐธรรมนูญนั้นต้องมีสถานภาพเหนือกฏหมายลูกทั้งหมด และต้องบังคับใช้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติหรือข้ออ้างอื่นๆ

การปกป้องสิ่งแวดล้อม

ระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน และความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ สร้างปัญหาจากการทำลายสิ่งแวดล้อม เราอยู่ในสังคมที่ไม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และทุกวันนี้เราเริ่มเห็นปัญหาโลกร้อนที่มาจากการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอน

การปฏิรูปสังคมต้องเน้นการผลิตพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบทางเลือกใหม่ ที่ไม่สร้างหนี้สินกับประเทศ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ทำกินของประชาชน ต้องมีการอุดหนุนพลังงานแสงแดดและพลังงานจากลม โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าที่ผลิตจากแหล่งเหล่านี้ในปริมาณเท่าใดภายในระยะเวลานานเท่าใด เราต้องคัดค้านการขยายวิธีผลิตพลังงานที่ขัดต่อผลประโยชน์คนจนเช่นการสร้างเขื่อนหรือโรงไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น และเรามีจุดยืนชัดเจนที่คัดค้านการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ เพราะพลังงานนิวเคลียร์อันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมและยังผูกพันกับการสร้างอาวุธอีกด้วย

ต้องมีการอุดหนุนระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดี เช่นระบบรถไฟ แทนที่จะเน้นยานยนต์ส่วนตัวที่สร้างอันตรายบนท้องถนนและทำลายสิ่งแวดล้อม การคมนาคมระหว่างเมืองต่างๆต้องเน้นรถไฟสมัยใหม่แทนรถบรรทุกหรือเครื่องบินซึ่งเปลืองทรัพยากรและทำลายระบบนิเวศน์

ประชาชนในท้องที่ต่างๆ ต้องเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นป่าหรือทะเล ประชาชนต้องกำหนดว่าเขตใดควรอนุรักษ์และการอนุรักษ์ควรกระทำในรูปแบบไหนด้วย ไม่ใช่ว่ากรมป่าไม้หรือรัฐบาลกลางประกาศเขตอนุรักษ์โดยไม่ฟังเสียงประชาชน

พืชและสัตว์ GMO ควรมีการควบคุมอย่างเคร่งครัดโดยประชาชน โดยเฉพาะขบวนการเกษตรกรและองค์กรอื่น ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกขาดอำนาจโดยบริษัทใหญ่และการทำลายสิ่งแวดล้อม ภัยจากไข้หวัดนก โรควัวบ้า และปัญหาสารพิษ ชี้ให้เห็นว่าการผลิตอาหารในระบบอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนใหญ่ในภาคเกษตร ได้สร้างปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นต้องมีการพัฒนาเกษตรทางเลือก

ด้านสื่อสารมวลชน

ควรตั้งสถาบันสื่อสาธารณะ ไม่ให้อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาล กองทัพ และบริษัทเอกชน ควรใช้เงินภาษีของประชาชนเพื่อเป็นงบประมาณการทำงานของสถาบันสื่อสาธารณะนี้ โดยไม่มีการโฆษณา เพราะในอดีตการใช้งบประมาณโฆษณาเป็นวิธีคุมสื่อของกลุ่มทุนวิธีหนึ่ง และต้องมีการบริหารโดยใช้ระบบสามส่วนที่กล่าวถึงไปแล้ว คือประกอบไปด้วยตัวแทนของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตัวแทนของผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นศิลปิน ผู้ทำรายการ ผู้แทนชุมชน ฯลฯ และตัวแทนของสหภาพแรงงาน

สื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งตีพิมพ์ ภาพยนตร์ และอินเตอร์เนท ไม่ควรมีการเซ็นเซอร์หรือปิดโดยรัฐแต่อย่างใด และต้องส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการสร้างสื่อทุกรูปแบบ เช่น วิทยุชุมชน อินเตอร์เน็ท สิ่งตีพิมพ์ โทรทัศน์

สังคมต้องสามารถพูดถึงและตรวจสอบทุกสถาบันในสังคม ดังนั้นต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นเดชานุภาพ และต้องยกเลิกการใช้กฎหมายอาญาในการฟ้องหมิ่นประมาท เพื่อคุ้มครองพลเมืองที่วิจารณ์บุคคลสาธารณะ เช่นนักการเมือง รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีเป็นต้น

เสรีภาพทางเพศ

จะต้องลดอำนาจรัฐในการเข้ามาก้าวก่ายและครอบงำการตัดสินใจของปัจเจกบุคคลในเรื่องเพศและวิถีชีวิตทางเพศ

  • ต้องปกป้องและต่อยอดพัฒนา มาตราที่เน้นความเสมอภาคระหว่างเพศในรัฐธรรมนูญปี ๔๐ เพื่อเป็นมาตรฐานทางสังคมในการห้ามการเลือกปฏิบัติ
  • ควรมีการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนค่านิยมในประเด็นเพศ ซึ่งมีผลในการทำให้สตรีเป็นพลเมืองชั้นสอง ข้อเสนอรูปธรรมที่ควรรณรงค์ เช่น
    • ควรยกเลิกกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งส่งเสริมกรอบจารีตเรื่องครอบครัว ที่ทำให้ผู้หญิงถูกมองว่ามีบทบาทหลักในการรับผิดชอบงานครอบครัว และบทบาทรองในสังคมภายนอก นอกจากนี้กรอบคิดเรื่อง “ชายหญิง” ในครอบครัวทำให้คนรักเพศเดียวกันถูกกดขี่อีกด้วย ในขณะเดียวกันรัฐไม่ควรส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกวดนางงาม ซึ่งทำให้ผู้หญิงถูกมองว่าเป็น “ก้อนเนื้อ”
    • ไม่ควรมีการรวบประเด็นผู้หญิงกับเรื่องเด็กและครอบครัวในลักษณะที่ลดหรือละเลยสิทธิของผู้หญิง เพราะผู้หญิงเป็นผู้ใหญ่ที่ต่อสู้ได้ ส่วนเด็กเป็นผู้ที่ต้องได้รับการดูแลจากสังคม
    • ควรยกเลิกการควบคุมศาสนาโดยรัฐ เพื่อให้ผู้หญิงเลือกที่จะนับถือศาสนาในรูปแบบหลากหลายรวมถึงสิทธิในการบวช
    • ควรยกเลิก “หัวหน้าครอบครัว” ซึ่งที่ผ่านมามักหมายถึงผู้ชาย ต้องเปลี่ยนมาเน้นผู้ที่มีบทบาทจริงในการรับผิดชอบครอบครัว ไม่ว่าจะมีการจดทะเบียนสมรสหรือไม่ และไม่ว่าจะเป็นเพศใด ซึ่งจะช่วยปัญหาของผู้ปกครองเดี่ยวที่ต้องดูแลลูก
  • ต้องมีการผลักดันสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย
    • ที่สำคัญมากคือสิทธิของผู้หญิงที่จะเลือกทำแท้งหรือไม่ หรือเลือกคุมกำเนิดหรือไม่ โดยรัฐและศาสนาไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว แต่รัฐต้องอำนวยความสะดวกตามการตัดสินใจของสตรี
    • สิทธิที่จะทำงานในสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ตั้งท้อง
    • สิทธิที่จะปลอดภัยจากการทำร้ายภายในครอบครัว และในสังคมโดยรวม
    • สิทธิของผู้หญิงที่จะรับการดูแลโดยสังคมในเรื่องโรคประจำตัวเฉพาะของผู้หญิง เพราะบ่อยครั้งโรคภัยไข้เจ็บของผู้หญิงมักถูกให้ความสำคัญน้อยลง
    • สิทธิของผู้หญิงที่จะประกอบอาชีพบริการทางเพศ โดยรัฐไม่เข้ามาก้าวก่าย รีดไถ หรือกดขี่ หญิงบริการทางเพศควรถูกมองว่าเป็นกรรมาชีพ ควรมีสิทธิในการตั้งสหภาพแรงงาน และสิทธิที่จะเป็นสมาชิกโครงการประกันสังคม
  • ควรมีมาตรการพิเศษ ที่เลือกปฏิบัติเพื่อเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิง (positive discrimination) ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราว เช่นการกำหนดสักส่วนของผู้แทนที่ควรเป็นผู้หญิง หรือสัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งในระดับต่างๆ เป็นต้น
  • พลเมืองควรมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกความสัมพันธ์ทางเพศตามรสนิยมส่วนตัว คนรักเพศเดียวกันควรมีสิทธิ์แต่งงานและสิทธิอื่นๆ เหมือนคู่รักที่เป็นเพศตรงข้าม

นโยบายระหว่างประเทศ

ความคิดว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” ซึ่งเขียนไว้ในมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญปี 40 เป็นอุปสรรค์ต่อการยอมรับความหลากหลายในสังคมที่มีอยู่จริง และเป็นอุปสรรค์ต่อการสร้างสังคมที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พรมแดนของประเทศควรจะเป็นแค่สิ่งที่กำหนดเขตการปกครองบริหารบ้านเมือง ไม่ควรจะเป็นกำแพงกั้นมิตรภาพระหว่างมนุษย์

  • ควรยกเลิกการควบคุมการเข้าออกของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านใน ASEAN ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ไม่ต้องควบคุมการเดินทาง และเลิกการเลือกปฏิบัติที่นำไปสู่การทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • ควรมีการร่างกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและสวัสดิการของผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในดินแดนไทย ผู้ลี้ภัยควรได้รับสวัสดิการสาธารณสุขและการศึกษา ผู้ลี้ภัยไม่ควรต้องถูกกักกันในค่ายตามชายแดนหรือที่อื่น หรือถูกห้ามไม่ให้ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง นอกจากนี้ผู้ลี้ภัยต้องไม่ถูกบังคับส่งกลับโดยเฉพาะในกรณีที่ประเทศของตนมีสงครามหรือปกครองด้วยระบบเผด็จการ
  • ในสามจังหวัดชายแดนและส่วนอื่นๆ ของประเทศ ควรเพิ่มความร่วมมือข้ามพรมแดนในระดับประชาชน และควรพิจารณารูปแบบใหม่ๆ ในการปกครองที่ไม่เน้นรัฐรวมศูนย์ และไม่เน้นความศักดิ์สิทธิ์ของพรมแดน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความไม่สงบในอดีต
  • นโยบายการต่างประเทศ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่เป็นผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ ได้แก่ การทำสนธิสัญญาการค้าเสรีกับต่างประเทศ การก่อสงคราม หรือการส่งทหารไปสนับสนุนมหาอำนาจ เป็นต้น

สิทธิชุมชนและวัฒนธรรม

จะต้องลดอำนาจรัฐในการเข้ามาก้าวก่ายและครอบงำวิถีชีวิตปัจเจกบุคคลในเรื่องเชื้อชาติ วัฒนธรรม หรือความเชื่อ

  • ต้องยกเลิกกรอบคิดคับแคบแบบชาตินิยม ที่รัฐบังคับกล่อมเกลาประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสังคมที่ยอมรับความหลากหลายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรนำอุดมการณ์ที่เคารพศักดิ์ศรีมนุษย์เข้ามาใช้แทน
  • ในรัฐธรรมนูญต้องเลิกใช้คำว่า “ปวงชนชาวไทย” หรือคำอื่นๆ ที่มีความหมายเหมือนกัน เพราะประเทศไทยประกอบไปด้วยหลายเชื้อชาติ
  • ทุกคนที่เกิดในประเทศไทย ไม่ว่าจะภายใต้บริบทหรือเงื่อนไขใด ควรได้รับสิทธิที่จะเป็นพลเมืองไทยทันทีโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเกิน 5 ปี ควรจะมีสิทธิ์ขอสัญชาติ และที่สำคัญควรจะได้รับการอำนวยความสะดวกเต็มที่ในการให้สัญชาติจากหน่วยงานของรัฐ
  • ศาสนาต้องเป็นเรื่องส่วนบุคคล ทุกคนมีสิทธิจะนับถือศาสนาหรือไม่นับถือได้ หรือก่อตั้งนิกายใหม่ขึ้นมาอย่างเสรีได้ รัฐไม่ควรควบคุมศาสนาเลย แต่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิของพลเมืองอย่างเต็มที่ ทุกศาสนาและความเชื่อต่างๆ ควรมีฐานะเท่าเทียมกัน
  • ในกรณีเชื้อชาติ และภาษา ต้องเคารพในความแตกต่างในวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรง การดูถูกเหยียดหยาม โดยส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นเรียนรู้และใช้ภาษาของตนเองและของถิ่นอื่นๆได้ รัฐต้องมีส่วนในการปกป้องรักษาภาษาของชนกลุ่มน้อย
  • ควรส่งเสริมการใช้ภาษาราชการหรือภาษาทางการที่หลากหลาย เช่นการใช้ภาษาพื้นเมืองในส่วนต่างๆ นอกจากนี้ในเขตไหนที่มีประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก หน่วยราชการควรอำนวยความสะดวกโดยใช้ภาษาของประชาชนเหล่านั้น เช่นที่แม่สอดหรือที่อื่น เป็นต้น ผู้ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจะต้องได้รับสิทธิและสวัสดิการเหมือนประชาชนสัญชาติไทย

ในกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรมีการถอนทหารและตำรวจออกจากพื้นที่ ยกเลิกกฎหมายฉุกเฉิน และสร้างบรรยากาศสันติภาพและความมั่นใจเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาโดยประชาสังคมของคนในพื้นที่ ที่มีความคิดหลากหลาย การแก้ปัญหาภาคใต้ทำไม่ได้ ถ้ามีการตั้งเงื่อนไขรูปแบบการปกครองไว้ล่วงหน้าโดยรัฐ ต้องมีเสรีภาพเต็มที่ ที่จะปกครองตนเองตามระบบประชาธิปไตยในรูปแบบใดๆ ก็ได้ นอกจากนี้การปกครองตนเองในรูปแบบหลากหลายควรเป็นสิทธิของพื้นที่อื่นๆ ในภาคอื่นๆ อีกด้วย เช่นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นต้น ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ควรมีสิทธิออกกฎหมายเองตามประเพณีและความเชื่อที่หลากหลาย ถ้าไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน

การปฏิรูปการเมือง ต้องเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อพัฒนาสิทธิของคนชายขอบ หรือคนที่มีมุมมองต่างจากกระแสหลัก เพื่อสร้างเสรีภาพในสังคม ต้องมีการเคารพสิทธิในความเชื่อและวัฒนธรรม รวมถึงภาษา สังคมไทยควรจะให้ความเท่าเทียมกับวันสำคัญของศาสนาอื่นนอกเหนือจากศาสนาพุทธ และภาษาไทยไม่ควรจะเป็นภาษาประจำชาติภาษาเดียว ในโรงเรียนต่างๆ ควรจะมีการปฏิรูปหลักสูตรเพื่อสร้างความหลากหลาย และเพื่อสนับสนุนการคิด การตั้งคำถาม การโต้แย้ง แทนการท่องจำ ควรสอนภาษาท้องถิ่นควบคู่กับภาษาไทย และไม่ควรจะมีการชี้นำทางศาสนาในโรงเรียน ศาสนาควรเป็นเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์และที่มาในกระบวนการสร้างชาติ เพื่อสะท้อนความหลากหลายและความเป็นจริง

เราต้องบังคับให้รัฐบาลยกเลิกความพยายามที่จะนิยาม “ความเป็นไทย” เพื่อให้มีการยอมรับความหลากหลาย นอกจากนี้ความเป็นธรรมและมนุษยธรรมควรสำคัญกว่า ข้ออ้างเรื่อง“ผลประโยชน์ของชาติ” เสมอ

ด้านกระบวนการยุติธรรม ตำรวจและทหาร

การบริหารสังคมรูปแบบใหม่

ขยายกรรมสิทธิ์ส่วนรวมสาธารณะ

ต้องมีการสนับสนุนการถือครองกรรมสิทธิ์แบบส่วนรวม แทนการเน้นการถือครองแบบปัจเจก เช่น กรณีทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ที่ดิน ป่าไม้ ทะเล คลื่นวิทยุโทรทัศน์ จะต้องส่งเสริมให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสาธารณชน ถือครองโดยคนในชุมชนเพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจร่วมกันและปกป้องเพื่อประโยชน์ของสังคม เช่น ป่าชุมชน ไม่ให้เอกชนเข้ามาถือครองเพื่อเก็งกำไร ควรมีการส่งเสริมระบบสหกรณ์ด้วย สาธารณูปโภค ควรเป็นทรัพย์สินส่วนรวม ต้องยกเลิกการขายให้เอกชน

การปฏิรูปที่ดิน ที่ดินที่เป็นของเอกชนในขณะนี้จะต้องคืนให้แก่รัฐ เพื่อให้มีการแบ่งสรรกันใหม่อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อนำไปใช้ในการผลิตอย่างแท้จริง รวมทั้งการจัดเก็บภาษีที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการถือครอง ซึ่งรวมอยู่ในข้อเสนอเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ

ปฏิรูประบบการศึกษา

รัฐสวัสดิการ

บุคคลสำคัญ

ผลงาน

พรรคแนวร่วมภาคประชาชน ได้ตีพิมพ์สื่อด้านสังคมนิยมในบริบทของสังคมไทยหลายเล่ม[2]

  • คู่มือการเลือกตั้งของคนจน
  • ขบวนการเคลื่อนใหวทางสังคมในไทย
  • คู่มือปฏิรูปสังคมไทย สู่การเมืองภาคประชาชน
  • "รัฐสวัสดิการ" ทางเลือกที่ดีกว่าประชานิยมของไทยรักไทย
  • ปฏิรูปสังคมไทยให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
    พรรคแนวร่วมภาคประชาชน มองว่าการปฏิรูปสังคมไทยควรกระทำไปเพื่อขยายพื้นที่ประชาธิปไตยและสร้างความ เป็นธรรมในสังคม ดังนั้นกระบวนการนี้ต้องพยายามเปลี่ยนดุลอำนาจในสังคม โดยลดอำนาจข้าราชการ ทหาร อภิสิทธิ์ชนและนายทุน
  • A Coup For the Rich
    "Read the book that was banned by Chulalongkorn University bookshop. Analysis of the 2006 coup, the monarchy, the peoples movement and the troubles in the South."
  • ทำไมรัฐไทยคือต้นเหตุของความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้(ฉบับปรับปรุง)
  • สังคมนิยมจากล่างสู่บน

อ้างอิง

  1. พรรคแนวร่วมภาคประชาชน - ประวัติ
  2. พรรคแนวร่วมภาคประชาชน - สิ่งพิมพ์

ข้อมูลเพิ่มเติม