ชวลิต ยงใจยุทธ
From Politicbase/
ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 สำหรับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แล้ว มันสมองก้อนโตของเขาที่ผลิตผลงาน 66/2523 จนกระทั่งพลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต้องพ่ายแพ้ในเชิงยุทธศาสตร์ การแสดงความเป็นทหารประชาธิปไตยลาออกจากกองทัพมาลงสมัครรับเลือกตั้ง และความพยายามที่จะสร้างพรรคความหวังใหม่ให้เป็นพรรคที่พร้อมพรั่งทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน จนกระทั่งพรรคความหวังใหม่กลายเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภา ย่อมเป็นปัจจัยบวกสำหรับชื่อพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
หากแต่เมื่อจอร์จ โซรอส ทำสงครามกองโจรกับค่าเงินบาท จนฐานะการเงิน การคลังของประเทศถึงขั้นใกล้ล้มละลาย ส่งแรงเหวี่ยงมาถึงนโยบายลอยค่าเงินบาท ที่ได้ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 และในที่สุดคือภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ดิ่งลงเหว จนกลายเป็นทาสของไอเอ็มเอฟ นั่นย่อมเป็นบทสุดท้ายในชีวิตการเมืองของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธแล้ว
การแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ชวน หลีกภัย สามารถนำประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกวาระหนึ่ง เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ควรชื่นชมสปีริต
น่าเสียดายที่ เมื่อพรรคความหวังใหม่สลายตัวไปรวมกับพรรคไทยรักไทย ตามหลังเสรีธรรมของพินิจ จารุสมบัติไม่นาน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กลับกลายเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้วยบทบาทที่เบาบางยิ่ง
การมีอยู่ที่เหมือนไม่มีอยู่ ทำให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กลายเป็นแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอกับทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทยในที่สุด
พล.อ.ชวลิตมี 5ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความยากจน ข้อ คือ 1.การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นว่าปัญหาความยากจนแก้ไขได้ 2.การงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น 4 ปัญหา คือ ที่ดินทำกิน หนี้สิน ที่อยู่อาศัย และอาชีพ 3. การสร้างเครือข่ายของสังคมเพื่อรองรับว่าหากมีวิกฤตปัญหาเกิดขึ้น ประชาชนจะได้ไม่ลำบาก สามารถใช้ชีวิตพื้นฐานได้ รวมถึงแนวพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 4.การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และ 5. การปรับโครงสร้างการบริหารงานทั้งหมด
ช่วงหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ใหม่ ดูเหมือนว่าพล.อ. ชวลิตจะมีเรื่องขัดแย้งกับคมช.[1] เมื่อเขาถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิด 11 จุดในกรุงเทพช่วงปีใหม่ แต่ภายหลังก็มีการไกล่เกลี่ยกันได้ ช่วงการเลือกตั้งทั่วไป 2550 เขาพยายามนำเสนอไอเดียโซ่ข้อกลาง หรือแนวคิดสมานฉันท์[2] แต่ดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจมากนัก ต่อมาเขาได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือพรรคเพื่อแผ่นดิน ในเขตฐานเสียงที่จังหวัดนครพนม
พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนายทหารประชาธิปไตย
Contents |
ข้อมูลทั่วไป
- เกิด 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2475
- เป็นบุตรของ ร้อยเอกชั้น ยงใจยุทธ และนางสุรีย์ศรี (ละมุน) ยงใจยุทธ
- สมรสกับ คุณหญิงพันธุ์เครือ (ลิมปภมร) ยงใจยุทธ
- มีบุตร 3 คน 1. นายคฤกพล ยงใจยุทธ 2. นางอรพิณ นพวงศ์ (ถึงแก่กรรม) 3. พันตำรวจตรีหญิงศรีสุภางค์ โสมกุล
- สถานที่เกิด บ้านเลขที่ 2 ตรอก พนมพนารักษ์ ถนน สุนทรวิจิตร ต. ในเมือง อ. เมือง จังหวัด นครพนม 48000
- ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 69/15 ซอยปิ่นประภาคม(ติวานนท์) แขวงตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
ประวัติการศึกษา และวุฒิกิตติมศักดิ์
- พ.ศ. 2492 : มัธยมศึกษา โรงเรียนอำนวยศิลป์ , โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร
- พ.ศ. 2496 : ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร รุ่น1)
- พ.ศ. 2502 : โรงเรียนสื่อสารกองทัพบก ฟอร์ตบอนมัธ สหรัฐอเมริกา (หลักสูตรการซ่อมเครื่องไมโครเวฟ)
- พ.ศ. 2504 : กองทัพน้อยที่ 9 เกาะริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น (หลักสูตรฝึกงานการประกอบซ่อมเครื่องมือสื่อสาร)
- พ.ศ. 2505 : โรงเรียนทหารสื่อสาร ประเทศไทย (หลักสูตรผู้บังคับกองพัน)
- พ.ศ. 2506 : โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประเทศไทย
- พ.ศ. 2507 : โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สหรัฐอเมริกา (หลักสูตรเสนาธิการกิจ)
- พ.ศ. 2512 : หลักสูตรกระโดดร่มนายทหารชั้นผู้ใหม่ รุ่นที่ 2 ประเทศไทย
- ปริญญา นิติศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- ปริญญา วิทยาศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ปริญญา ศิลปศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- ปริญญา วิศวกรรมศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
การดำรงตำแหน่งทางราชการ
- พ.ศ. 2503 : ผู้บังคับกองร้อยซ่อมบำรุงเครื่องสื่อสารเขตหลัง กรมการทหารสื่อสาร
- พ.ศ. 2510 : นายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึก กรมการทหารอาสาสมัคร
- พ.ศ. 2511 : นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกรม กรมยุทธการทหารบก
- พ.ศ. 2514 : หัวหน้ากอง กรมยุทธการทหารบก
- พ.ศ. 2522 : นายทหารคนสนิทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และประจำกองบัญชาการกองทัพบก
- พ.ศ. 2524 : เจ้ากรมยุทธการทหารบก
- พ.ศ. 2525 : ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ
- พ.ศ. 2526 : รองเสนาธิการทหารบก
- พ.ศ. 2528 : เสนาธิการทหารบก
- พ.ศ. 2529 : ผู้บัญชาการทหารบก
- พ.ศ. 2530 : ผู้บัญชาการทหารบก และ รักษาราชการผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
- 23 มีนาคม 2527 : สมาชิกวุฒิสภา
- 22 เมษายน 2530 : สมาชิกวุฒิสภา
- 30 มีนาคม 2533 : รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- 15 พฤษภาคม 2535 : ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- 29 กันยายน 2535 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- 23 กันยายน 2535 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
- 14 กรกฎาคม 2537 : รองนายกรัฐมนตรี
- 18 กรกฎาคม 2538 : รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- 25 พฤศจิกายน 2539 : นายกรัฐมนตรี
- 29 พฤศจิกายน 2539 : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- 10 เมษายน 2540 : ประธานคณะผู้บริหารความหวังใหม่
- 26 พฤศจิกายน 2540 : ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- 2 กันยายน 2541 : ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- 12 พฤษภาคม 2542 : ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- 22 มีนาคม 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี
- 13 กันยายน 2535 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี
- 2 กรกฎาคม 2538 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม
- 17 พฤศจิกายน 2539 : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ ังหวัดนครพนม
- 17 กุมภาพันธ์ 2544 : รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- 3 ตุลาคม 2545 : รองนายกรัฐมนตรี
- 28 มกราคม 2546 : ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ
- 27 ธันวาคม 2548 : ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านนโยบายขจัดความยากจน, ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน
อ้างอิง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญตรา
- 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 เหรียญทองมงกุฎไทย (ร.ท.ม.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2504 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก (บ.ช.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2505 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2509 เหรียญจักรมาลา และ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2510 เหรียญราชการชายแดน (ร.ช.ด.)
- 10 กันยายน พ.ศ. 2511 เหรียญชัยสมรภูมิ (เวียดนาม)
- 17 ธันวาคม พ.ศ.2511 เครื่องหมายเหล่าระเบิดสำหรับประดับแพรพรรณเหรียญชัยสมรภูมิ (เวียตนาม)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ตริตาภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.), เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 4 (ภ.ป.ร.) และ เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 (ร.ส.ช.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2517 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2519 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
- 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2526 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2526 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
- 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.)
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2527 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
- พ.ศ. 2529 เหรียญพิทักษ์เสรีชน (ส.ช.ชั้นที่ 1)
- 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2530 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)
- 27 มีนาคม พ.ศ. 2533 รามาธิบดี ชั้นที่ ถ มหาโยธิน (ม.ร.)
- 25 กันยายน พ.ศ. 2533 รามาธิบดี ชั้นที่ 2 มหาโยธิน (ม.ร.) และ เหรียญรามกีรติ ลูกเสือสุดดีชั้นพิเศษ
- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)
- 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ออร์เดอร์ เดล ลิเบร์ตาดอร์ ซานมาร์ติน ชั้น กรันดรูซ ประเทศอาร์เจนตินา, ลีเจินออฟ ออเนอร์ (ดีกรี ออฟ ชีฟ คอมมานเดอร์) ประเทศฟิลิปปินส์
